จนหน้าดำหน้าแดง เรื่องพวกนั้นมันคืออดีตที่เขาเคยทำพลาดไป แต่หลังจากนั้นเขาคิดว่าตนเองได้บรรลุวิชาจนเกือบเป็นเซียนแล้ว ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้วนะ!
แต่ทุกอย่างที่เขาพยายามสร้างภาพลักษณ์อย่างหนักกลับพังทลายลงด้วยคำพูดไม่กี่คำของซู่เป่า!
อาจารย์หยุนกัดฟันแน่น จนถึงขั้นนี้เขาทำได้เพียงแสร้งทำเป็นผู้ถูกรังแกที่มีศักดิ์ศรีเท่านั้น
“อาตมาไม่ยอมรับข้อกล่าวหาไร้สาระพวกนี้! นี่มันคือการใส่ร้ายป้ายสี อาตมาต้องการพบทนายความ…”
“ถูกต้อง! พวกคุณต้องเข้าใจผิดแน่ ๆ อาจารย์ของผมเพิ่งช่วยชีวิตคุณชายน้อยตระกูลซือเอาไว้ไม่นานมานี้ ถ้าไม่เชื่อก็ลองโทรไปถามคนตระกูลซือดูสิ!” ฉางเฟิงเองก็โวยวายเสริมทัพ
เขาอ้างชื่อตระกูลซือออกมา หวังใช้บารมีผู้ดีเก่ามาข่มขวัญเจ้าหน้าที่
ในตอนนั้นเอง เสียงทุ้มเข้มแฝงไปด้วยไอสังหารก็ดังขัดขึ้น “เขาไม่เคยช่วยอี้หรานเลยแม้แต่นิดเดียว”
ซือเยี่ยเดินนำซืออี้หราน ฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม!
“ในทางกลับกัน… ผมควรถามท่านอาจารย์หยุนมากกว่า ว่าได้หลอกลวงเอาบัตรธนาคารของแม่ผมไปใบหนึ่งใช่หรือไม่?” เขากวาดสายตามองอาจารย์หยุนอย่างเย็นชา
จู่ ๆ นักพรตกำมะลอรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ… คนระดับซือเยี่ยออกมาตอกหน้าด้วยตัวเองเช่นนี้ ต่อให้มีปากอีกกี่สิบปากเขาก็ไม่มีทางแก้ตัวได้พ้น!
เขาเม้มปากแน่น ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย นอกจากแสร้งทำเป็นหยิ่งทะนงไม่ยอมสยบแล้ว เขาก็ไม่เหลือหนทางอื่นให้เด