ตกุศลเช่นนี้
“สิ่งนี้คือภาพที่เซียนหลี่เจิ้งชูวาดด้วยพละกำลังและเลือดที่มีทั้งหมดก่อนจะเสียชีวิต
จิ้งจอกน้อยเงยหน้ามองภาพกลุ่มดาวบนกำแพงแล้วถามเฝ่ยไป๋ลู่ “วันนี้ข้าเรียกนายท่านมา เพราะต้องการถามท่านว่าเห็นข้อมูลอะไรในจิตรกรรมฝาผนังหรือไม่ขอรับ?”
“เห็นเพียงคำว่า ‘โกลาหล’ สองคำ” เฝ่ยไป๋ลู่ส่ายหัว ในภาพมีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และกลุ่มดาวห้าธาตุที่ตำแหน่งพร่าเลือนไม่ชัดเจน ยากต่อการอนุมาน แต่ก็สามารถมองเห็นภาพปรากฏการณ์ของดวงดาวที่ผิดปกติได้ราง ๆ
สีหน้าของจิ้งจอกน้อยไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่เฝ่ยไป๋ลู่กลับสังเกตเห็นว่า หลังจากที่อีกฝ่ายได้ยินคำพูดของเธอแล้ว หางก็ลู่ตกพื้น
ขนที่อ่อนนุ่มและสว่างไสวก็จางลง
ทำให้เธออดคิดอยากจะลูบขนปลอบใจไม่ได้
ขณะที่กำลังคิดถึงเรื่องนี้ ทันใดนั้นเฝ่ยไป๋ลู่ก็รู้สึกเจ็บที่ปลายนิ้ว
พอก้มหน้ามอง หญิงสาวพลันพบว่างูน้อยกัดเธออย่างไม่พอใจ ดวงตาโตรูปถั่วสีเหลืองเต็มไปด้วยการประณามผู้หญิงนิสัยเสียใจโลเล
เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกผิดจึงเอื้อมมือไปลูบมัน แล้วรู้สึกได้ถึงความเย็นและนุ่มลื่นที่มือ
อืม ถ้าลูบขนปุกปุยก็น่าจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปอีกแบบหรือเปล่านะ?
เฝ่ยไป๋ลู่เหลือบมองหางและหูของจิ้งจอกน้อย
งูน้อย?
เกินไปแล้วนะ!
มันโกรธจนคันฟันยิบ ๆ แล้วกัดนิ้วเฝ่ยไป๋ลู่อีกครั้ง
ร่างกายเฝ่ยไป๋ลู่ปรับระดับพลังปราณในตัวได้แล้ว กอปรกับงูน้อยควบคุมแรงของมันได้ จึงไม่ได้เจ็บปวดหรือคันจา