พท์ร่วงกะแทกพื้น
“เร็วเข้า! ตำรวจมาปิดล้อมแล้ว รีบพาอาเฟิงหนีเร็ว!” คุณนายหลินวิ่งตาตื่นเข้ามา
มู่ชิ่นซินถูกแรงผลักจนถลารวมเข้าไปในห้องของหลินเฟิง ฝ่ายหลินเฟิงที่กำลังขวัญเสียและหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นมู่ชิ่นซินขยับตัวเชื่องช้าไปเพียงนิดเดียว เขาก็ฟาดฝ่ามือใส่หน้าเธอเต็มแรงหนึ่งที พร้อมตะโกนลั่นอย่างไร้สติ
“รีบพาฉันออกไปสิ!”
มู่ชิ่นซินต้องกล้ำกลืนความเจ็บปวด พยายามพยุงร่างของหลินเฟิงหนีออกไปทางหลังครัว เท้าของเธอเหยียบย่ำลงบนโคลนเลน ขี้วัว และสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ โดยไม่อาจใส่ใจสิ่งใดได้อีก สภาพของทั้งคู่ดูมอมแมมและน่าเวทนาเป็นที่สุด!
คนทั้งสองพากันซ่อนตัวอยู่กลางทุ่งนา ครั้นเมื่อได้ยินว่าบ้านตระกูลหลินถูกเจ้าหน้าที่ปิดล้อมไว้หมดแล้ว พวกเขาจึงพากันหนีไปหลบซ่อนตัวบนภูเขา แม้ความมืดมิดจะโรยตัวลงมาแล้วก็ยังไม่กล้ากลับลงไป
บรรยากาศบนภูเขาหนาวเย็นจัด จนทั้งสองคนต้องนั่งตัวสั่นงันงกอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บ
หลินเฟิงจ้องมองมู่ชิ่นซินที่อยู่เคียงข้างพลางเอ่ยออกมาด้วยความซาบซึ้ง “เธอนี่ดีจริงๆ…ที่ไม่เคยทิ้งฉันไปไหน”
ภรรยาสาวทำเพียงส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนกลับไป ทว่าในใจกลับหัวเราะเยาะ เธอไม่ได้รักษาน้ำใจ แต่เธอกำลังลงทุนสร้างภาพลักษณ์ภรรยาผู้ซื่อสัตย์ ไว้รอโอกาสยั่วยวนเหยื่อรายใหม่ที่รวยกว่าต่างหาก!
ผู้หญิงที่ภักดีต่อสามีจนตัวตาย มักกระตุ้นความสงสารจากผู้ชายได้ดีเสมอ…
นั่นคือเหตุผลเดียวที่ยังย