เดียวคอยช่วยก็เพียงพอแล้ว แต่มันไม่มีใครช่วยข้าในโลกดาวทมิฬ ข้าได้แต่ต้องพึ่งตัวเอง”
เจี้ยนเฉินถอนหายใจออกมาและทำการปัดฝุ่นตามตัวออก เขาไม่ได้ทำการปรุงยาต่อ จากประสบการณ์ที่มีครั้งที่แล้ว เขาเข้าใจว่าเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะปรุงยาระดับราชาเทพด้วยตัวคนเดียวในตอนนี้ได้
แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาทำการเก็บตายาก่อนจะเอาชุดโต๊ะชาออกมาจากแหวนมิติรวมถึงใบชาหยั่งรู้ก่อนจะเริ่มทำการชงชา
“ มันมีทางที่จะรับมือกับเรื่องนี้ ตราบใดที่ความเข้าใจวิถีแห่งการปรุงยาของข้าเพิ่มขึ้น ข้าก็สามารถปรุงยาระดับราชาเทพขึ้นมาได้สำเร็จ ข้ายังไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในตอนนี้ ข้าอยู่ที่นี่ได้อีกหลายสิบปีรึนานกว่านั้น ข้าไม่ต้องใจร้อน…”
“เพื่อแก่นเลือดจอมปราชญ์สูงสุด 10 หยดแล้ว การเสียสละนี้ถือว่าคุ้มค่า…”
หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินก็เริ่มทำความเข้าใจวิถีแห่งการปรุงยาโดยมีชาหยั่งรู้คอยช่วย
นอกจากชาหยั่งรู้แล้ว เขาก็ยังมีตราประทับวิถีแห่งการปรุงยาจากบรรพชนหลานอีก
ผลก็คือในตอนที่เจี้ยนเฉินทำความเข้าใจวิถีแห่งการปรุงยานั้น เขาไม่ใช่แค่มีชาหยั่งรู้คอยช่วย แต่ยังได้รับความเหลือจากตราประทับวิถีแห่งการปรุงยาอีก
บรรพชนหลานทิ้งตราประทับไว้ให้