แน่ใจว่าไม่มีอะไรตกค้างอยู่
เมื่อไฟล์สุดท้ายถ่ายโอนเสร็จสิ้น ผมก็ปิดแล็ปท็อปพร้อมกับถอนหายใจอย่างจำนน แล้ววางมันลงในกล่อง
หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็หันหลังเดินออกจากห้องไป
ติ๊ง!
เสียงลิฟต์ดังขึ้น ผมก้าวเข้าไปข้างใน กดปุ่ม ‘G’ แล้วยืนรอประตูลิฟต์ที่กำลังเลื่อนปิด
ในตอนนั้นเอง ท่วงทำนองไพเราะลอยคลอเติมเต็มอากาศ รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของผมเมื่อได้ยินเสียงนั้น
“นี่มันเพลงเดียวกับที่ฉันให้วาทยกรประหลาดนั่นไปไม่ใช่เหรอ?”
แต่มันไม่เหมือนกับโน้ตที่ผมให้วาทยกรไป เพลงรอบนี้ฟังดูสมบูรณ์กว่า
ท่วงทำนองนั้นนุ่มนวลและสบายหูจนผมเผลอหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว เป็นเพราะความเหนื่อยล้าสะสม? หรือเป็นเพราะน้ำหนักของทุกสิ่งอย่างที่เพิ่งประดังประเดเข้ามากันแน่นะ?
ผมรู้สึกเหมือนสติเริ่มจมดิ่ง
ความมืดมิดโอบล้อมรอบกาย ผมถลำลึกลงไปในความดำมืดมากขึ้นเรื่อย ๆ
มันให้ความรู้สึกหนาวเหน็บ ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกเหมือนเชื้อเชิญ
“เพราะจัง”
ติ๊ง!
ดวงตาของผมเบิกกว้างขึ้นตอนที่เสียงลิฟต์ดังอีกครั้ง
“โอ้ย ให้ตายเถอะ เมื่อกี้เกือบจะหลับแล้วไหมล่ะ”
ที่ผ่านมาคงทำงานหนักมากเกินไปจริง ๆ นั่นแหละ
ผมเดินออกมาจากตัวลิฟต์
“เอาล่ะ… ฉันควรจะทำยังไงกับชีวิตดี?”
ความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือการหางานใหม่ แ