จักรพรรดิเถื่อนไม่อาจแสดงความโกรธได้ต่อการเพิกเฉยของหัวหน้าพิรุณ แต่เขาก็ยังทำตัวตามปกติ ตอนนี้เขากำลังจะออกไป เขาลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะถามอย่างระมัดระวัง “หัวหน้า ท่านกำลั งกังวลเพราะสายเลือดนักรบวิญญาณหรือ ? หานเจิ้งจากเชื้อสายนักรบวิญญาณกำลังทำให้ท่านโกรธ ? ”
หัวหน้าพิรุณถอนหายใจอย่างโศกเศร้าและพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ใช่ มันเป็นเพราะหานเจิ้ง เขาทำให้ข้าโกรธมาก จักรพรรดิเถื่อนบอกข้าที เจ้าคิดว่าทำอย่างไรหานเจิ้งจึงจะอยู่ที่นี่ตลอด ดไปได้ ? ”
ทันทีที่นางพูดอย่างนั้น หัวหน้าพิรุณก็นึกถึงบุคคลิกของจักรพรรดิเถื่อนได้ ทันใดนั้น นางก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวอย่างลับ ๆ นางยิ้มอย่างผิดหวังและพูดกับตัวเอง “บอกกับเจ้าก ก็ไร้ประโยชน์นัก จักรพรรดิเถื่อน เจ้าไม่มีธุระอะไรที่นี่อีกแล้ว เจ้าไปได้”
จักรพรรดิเถื่อนไม่พอใจกับคำพูดนี้ทันที เขาพูดอย่างดื้อดึงว่า “หัวหน้าพิรุณอย่างประเมินข้าต่ำไป อย่างน้อย ๆ ข้าก็มีความคิดดี ๆ ที่จะช่วยท่านจัดการกับสถานการณ์ปัจจุบัน”
“หืม ? ข้ารอฟังอยู่ ! ” หัวหน้าพิรุณเหลือบมองอย่างสนใจนิด ๆ