“หืม กงซุนอี้คนนี้ถือตัวเองว่าเป็นคนสำคัญจริง ๆ หรือ ? เขากล้าพอที่จะสั่งพวกเราไปหา” หวงฟู่กุ่ยยี่แห่งตระกูลกลางสวรรค์มีสีหน้าถมึงทึงในขณะที่เขาพ่นลมทางจมูกอย่างเย็นชา
“กงซุนอี้เริ่มหยิ่งผยองขึ้นเรื่อย ๆ เขาต้องการให้เราไปพบเขาที่โถงเซียนธาตุแสงจริงหรือ ? ฮึ่ม หากไม่มีกระบี่ผู้พิทักษ์ เขาก็เป็นเพียงราชาเทพธาตุแสงที่อ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้ น เป็นเรื่องไร้สาระมากที่จะคิดว่าราชาเทพธาตุแสงที่อ่อนแอจะกล้าหาญพอที่จะตั้งใจสั่งพวกเรา” ซูซีปิง บรรพบุรุษของตระกูลซูแสดงความหนาวเย็นในสายตาของเขา.ใบหน้าของเขาเดือดดาล เขา าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังบนที่ราบรกร้าง ซึ่งเขาสามารถเปลี่ยนสถานการณ์โดยรวมบนที่ราบได้ด้วยคำพูดเดียว เขามีสถานะอันยิ่งใหญ่และพลังมหาศาล แต่ราชาเทพคนหนึ่งกำลังสั่งเขาอยู ในขณะนี้ นั่นคือรูปแบบหนึ่งของความอัปยศอดสู
“ข้ากำลังจะหมดความอดทนกับกงซุนอี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อเห็นแก่กระบี่ผู้พิทักษ์ที่เขาสัญญาไว้กับพวกเรา ข้าจะยอมอดทนกับเขาในตอนนี้” หวงฟู่กุ่ยยี่สูดหายใจเข้าลึก ๆ และค่อย ๆ ส สงบความโกรธของเขาลง เขายังคงเลือกที่จะทนกับมัน