บตัวซุยหยุนหลานไป”
บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งแสดงท่าทีเคร่งเครียดออกมากับสิ่งที่หุนเจิ้งพูด นางหรี่ตาลงและมองไปที่หุนเจิ้งด้วยสายตาที่ราวกับกระบี่อันคมกริบ ความอาฆาตปะทุออกมาจนทำให้ดวงดาวบ บนท้องฟ้าหม่นลง
“เจ้าว่ายังไงนะ ? นิกายหิมะจับตัวซุยหยุนหลานมาเช่นนั้นหรือ ? ” บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ชัดแล้วว่านางไม่อาจจะอดทนกับความหงุดหงิดที่มีได้
ท่าทีของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งไม่ได้ทำให้หุนเจิ้งหรือบรรพชนหลานแปลกใจ พวกเขาเข้าใจดีว่าการลักพาตัวซุยหยุนหลานนั้นเป็นเรื่องใหญ่ นิกายหิมะต้องปฏิเสธอยู่แล้วหรืออาจจะม มองข้ามเรื่องนี้ไป มันคงแปลกหากพวกนี้ยอมรับตามตรง
ผลก็คือหุนเจิ้งและบรรพชนหลานคิดอยู่แล้วว่าบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมฆน้ำแข็งจะแสดงท่าทีแบบนี้ออกมา
“ฮึ่ม พวกตอแหล ! ” บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งหัวหน้าน้ำแข็งแค่นเสียงเย็นชาออกมา นางมองไปที่บรรพชนหลานแล้วเอ่ยว่า “เผ่ากระเรียนสวรรค์ไม่ได้มาดี พวกเจ้าสาบานว่าจะภักดีต่อเปลวเพลิงที่ น่านับถือมานานแล้ว ข้าอาจจะไม่รู้ว่าเผ่ากระเรียนสวรรค์เกลี้ยกล่อมเชื้อสายวิญญาณนักรบและหัวหน้าพิรุณแห่งที่ราบสำราญให้มาช่วยได้อย่างไร แต่มีเรื่องหนึ