“ข้า หยุนวู่เฟิง ในอดีตข้าเคยเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของโถงเทพจันทรา แต่ตอนนี้ข้าไม่แน่ใจว่าตัวเองยังเป็นผู้อาวุโสของโถงเทพจันทราอีกต่อไปหรือไม่” หยุนวู่เฟิงกล่าวกับเหอเถียนฉี เขารู้ว่าเหอเถียนฉีเป็นสมาชิกของเผ่ากระเรียนสวรรค์จากเครื่องแบบที่เขาสวม
เขาเป็นขั้นบรรพกาล คนอย่างเขาย่อมเทียบได้กับผู้อาวุโสสูงสุดในเผ่ากระเรียนสวรรค์ พวกเขาทั้งคู่เป็นผู้อาวุโสสูงสุด แต่ผู้อาวุโสสูงสุดของเผ่ากระเรียนสวรรค์มีสถานะสูงกว่าผู้อา าวุโสสูงสุดจากโถงเทพจันทราเช่นเขา
ผลก็คือหยุนวู่เฟิงจึงพูดอย่างสุภาพนอบน้อมอย่างยิ่ง
สีหน้าของเหอเถียนฉีเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เขาไม่ตอบสนองต่อหยุนวู่เฟิง เมื่อเปรียบเทียบกับความกระตือรือร้นของหยุนวู่เฟิงแล้ว เหอเถียนฉีนั้นเย็นกว่าเล็กน้อย
เหอเถียนฉีเดินมาถึงข้างหน้าเจี้ยนเฉิน หลังจากที่เขาพลิกฝ่ามือ ม่านพลังงานหนาทึบปกคลุมเขาและเจี้ยนเฉิน มันตัดเสียงและการมองเห็นทั้งหมดออกไป
ในม่านพลัง เหอเถียนฉีจ้องเจี้ยนเฉินด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย เขาเปิดปาก เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาลังเลและอ้ำอึ้ง
“ท่านผู้อาวุโส ท่านพูดตรงไปตรงมากับข้าได้” เจี้ยนเฉินมองเหอเถียนฉีอย่างสงบ