ระดูกโอฬาร พวกนั้นไม่รู้ว่าข้ารอดมาได้เพราะโชค”
หลังจากที่ได้ยินคำอธิบายของ เจี้ยนเฉิน เหอเฉียนเฉียนก็แสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา นางได้เอ่ยออกมาว่า “ตอนที่ด้านนอกช่องทางไปยังโลกแห่งสัตว์อสูรที่ร่วงหล่น นักฆ่าระดับเซียนไ ได้สร้างความขุ่นเคืองกับทุกองค์กรเพื่อพาตัวเจ้าออกไป ตอนนั้นเราต่างก็คิดว่าเจ้าเป็นคนของพรรคกระดูกโอฬาร แม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลข้าก็ยังคิดเช่นนั้น”
“นั่นเพราะพรสวรรค์ของเจ้านั้นสูงและขึ้นมาถึงขอบเขตในตอนนี้ได้ในเวลาแค่พันปี ซึ่งทำให้เราต่างก็เชื่อว่าพรรคกระดูกโอฬารนั้นบ่มเพาะเจ้า”
“แต่เราคิดไม่ถึงเลยว่ามจะมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างเจ้ากับพรรคกระดูกโอฬารอยู่ มันต่างจากที่เราคิดไว้อย่างสิ้นเชิง”
สิ่งที่เจี้ยนเฉินเผชิญมานั้นทำให้เหอเฉียนเฉียนต้องแอบถอนหายใจ แต่เมื่อนางเห็นท่าทีที่ราวกับแก้ตัวของเจี้ยนเฉิน นางก็พูดอะไรไม่ออกอยู่สักพัก
ยอดฝีมือขั้นบรรพกาลกลับทำตัวเฉยชาหลังจากที่โดนหมายหัวโดยองค์กรใหญ่อย่างพรรคกระดูกโอฬาร เหอเฉียนเฉียนตะลึง ไม่รู้ว่าเจี้ยนเฉินเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน
รึในอีกความหมายคือเขาอาจจะไม่สนใจความเป็นความตายแล้วงั้นหรือ ?
ตอนนั้น เจี้ยนเฉินได้พูด