แต่เจี้ยนเฉินไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้ เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าหัวหน้าพรรคกระดูกโอฬารนั้นเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนในโลกเซียน
เขาคือยอดฝีมือระดับสูงที่อยู่ระดับเดียวกับองค์หญิงใหญ่ของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงและบรรพชนของตระกูลทลายสวรรค์
แม้ว่าจะไม่ได้มีพลังในการบ่มเพาะแต่คนแบบนี้ก็เหมือนมีพลังที่อันน่าตกใจด้วยความเข้าใจกฎของโลกที่พวกเขามี
“อย่างที่ข้าคาดเอาไว้ เจ้าเดาตัวตนของข้าอออก ข้าไม่คิดจะปิดบังมันจากเจ้า ไม่งั้นแล้วตัวตนของปราชญ์ผู้เที่ยงธรรมแห่งสวรรค์และปราชญ์ผู้เที่ยงธรรมแห่งโลกคงไม่ได้เปิดเผยต่อ ศาลาเทพทั้งสิบ พวกนั้นคงมองว่าเราเป็นแค่คนลึกลับ” ปราชญ์ผู้เที่ยงธรรมแห่งสวรรค์พูดขึ้น เขาได้ยอมรับตัวตนของตัวเอง “ข้ารู้ว่าเจ้ากังวลเรื่องอะไร เจ้าออกไปจากโลกดาวทมิฬ ได้โดยไม่ต้องกังวลใน 3 วัน มันจะมีคนมารับเจ้า..” ปราชญ์ผู้เที่ยงธรรมแห่งสวรรค์ ค่อย ๆ หายตัวไป เขาไม่ได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเจี้ยนเฉินและจักรพรรดิดาวทมิฬเลยแม้แต่น้อย
มันราวกับว่าไม่มีอะไรที่ทำให้เขาสนใจได้
เจี้ยนเฉินอ้าปากค้าง เขาอยากถามว่าทำไมอีกฝ่ายถึงใช้เวลานานในการขัดขวางพิธีของเผ่าดาวทมิฬ แต่เมื่อเขาเห็นปราชญ์ผู้