เมื่อจักรพรรดิดาวทมิฬพูดถึงเรื่องนั้น แววตาของเจี้ยนเฉินก็เย็นชาลง เขาเดาได้อย่างคลุมเครือว่าจักรพรรดิดาวทมิฬต้องการอะไรจากเขา
แต่ก่อนที่เขาจะได้ตอบ จักรพรรดิดาวทมิฬกล่าวต่อ “ข้าจะใช้กระดูกจากจอมปราชญ์สูงสุดแห่งจิตวิญญาณไม้ เพื่อแลกกับสัตว์อสูรเทวะ คนนอกก่อนอื่นเจ้าไม่ได้มีความสัมพันธ์กับสัตว์อสูรทางสายเลือดด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความสามารถในการต่อสู้ของเจ้าอยู่ในขั้นบรรพกาล สัตว์อสูรเทวะก็ไม่มีตัวไหนพอที่จะเข้าใกล้เจ้าได้”
“สำหรับกระดูกจากจอมปราชญ์สูงสุดแห่งจิตวิญญาณไม้ ข้าคิดว่าเจ้าคงรู้ดีว่ามันหายากและล้ำค่าแค่ไหน ข้าจะใช้กระดูกของจอมปราชญ์สูงสุดแห่งจิตวิญญาณไม้เพื่อซื้อมิตรภาพของเจ้ากับสัตว์อสูรเทวะ ไม่เพียง แต่เจ้าจะไม่สูญเสีย แต่ยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเจ้าด้วย”
จักรพรรดิดาวทมิฬยืนเอามือไพล่หลังของเขาจ้องมองตรงไปที่เจี้ยนเฉิน เขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ เช่นเดียวกับสิ่งที่เขาพูด เงื่อนไขที่เขาหยิบยกขึ้นมานั้นไม่อาจต้านทานได้ต่อให้เป็นขั้นบรรพกาลในโลกแห่งเซียน
อย่าว่าแต่ขั้นบรรพกาล แม้แต่ขั้นอัครสูงสุด บางคนก็เต็มใจที่จะหักหลังเพื่อนสนิทและครอบครัวของพวกเขาด้วยเรื่องนี้