จักรพรรดิพยัคฆ์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในโถงศักดิ์สิทธิ์นั้นยังหมดสติ แต่เจี้ยนเฉินสัมผัสได้ถึงพลังสายเลือดสองสายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกำลังทำสงครามกันเองและปะทะกัน
หนึ่งคือสายเลือดจากจอมปราชญ์เผ่าดาวทมิฬ ที่ตอนนี้พลังของสายเลือดดาวทมิฬมาจากแก่นโลหิตที่ทรงพลังมากกว่าสายเลือดเดิมของจักรพรรดิพยัคฆ์ศักดิ์สิทธิ์ถึงกว่าเก้าในสิบส่วน
อีกสายเลือดนั้นเป็นของจักรพรรดิพยัคฆ์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งน่าจะเป็นของพยัคฆ์ปีกเทวะที่ดูอ่อนแอกว่ามาก มันเหมือนกับเรือลำน้อยที่กำลังแล่นอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรมีเกิดมรสุมจากสายเ เลือดเผ่าดาวทมิฬและกำลังตกอยู่ในอันตราย
อย่างไรก็ตาม ขณะที่สายเลือดที่เป็นของจักรพรรดิพยัคฆ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นอ่อนแอมาก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความดื้นรั้นที่ไม่อาจจินตนาการได้ ภายใต้การกดดันและการดูดซึมที่ทรงพลังของสา ายเลือดเผ่าดาวทมิฬ มันเหมือนกับเทียนที่อยู่กลางพายุและอาจดับได้ทุกเมื่อ แต่มันก็ยังคงส่องแสงต่อไป