าเขาดูเย็นชาขึ้นมา
หากพิธีนี้สำเร็จ งั้นเขาก็จะขึ้นเป็นขั้นบรรพกาลได้ หากมันล้มเหลว งั้นเขาก็อยู่ระดับเดิมและไม่อาจจะทะลวงผ่านไปได้ในอนาคต
ผลก็คือไม่ใช่แค่พิธีนี้ส่งผลต่อชะตาของทั้งเผ่าดาวทมิฬ แต่ยังเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของตัวเขาเองด้วยเมื่อได้ยินแบบนั้น ปราชญ์ผู้เที่ยงธรรมแห่งสวรรค์ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม มออกมา นอกจากร่างที่พร่ามัวราวกับอยู่ในหมอกของเขาแล้ว ไม่มีใครเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาได้ รวมถึงจักรพรรดิดาวทมิฬด้วย
หลังจากที่เงียบไปชั่วครู่ จักรพรรดิดาวทมิฬก็พูดขึ้นมาราวกับขอคำแนะนำ “ปราชญ์ผู้เที่ยงธรรมแห่งสวรรค์ เจ้าเคยบอกไว้ว่าเมื่อข้าขึ้นไปเป็นขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 9 แล้ว ข้าจะ ะสามารถใช้ทักษะลับที่ส่งต่อกันมาในเผ่าเราเพื่อใช้พลังที่บรรพชนของเรากับสัตว์อสูรพื้นที่ทิ้งเอาไว้ในการสลัดการจำกัดของจอมปราชญ์สูงสุดแห่งจิตวิญญาณไม้ และปล่อยคนของเราออก กจากคุกนี่ได้รึ ? ”
“มันมีโอกาสแต่แม้แต่ข้าก็