“ชุ่ยเหนียง ตามหลักแล้ว ข้าไม่ควรขัดขวางเจ้า แต่เจ้าก็รู้ดีว่าที่บ้านหลังเก่านั้นมีแต่คนแบบไหน แม้ว่าอวิ๋นโส่วจู่จะถูกตัดออกจากตระกูลไปแล้ว แถมยังถูกบิดาตัดขาดความสัมพันธ์ แต่อวิ๋นฉี่รุ่ยก็ยังเป็นหลานชายแท้ๆ ของเขาอยู่ดี”
“คนในบ้านหลังนั้นล้วนเป็นหมาป่าหิวโซ กินคนไม่เหลือแม้แต่กระดูก ต่อให้เจ้ามีเงินทองมากเพียงใดก็จะถูกพวกเขากลืนกินจนหมดสิ้น ยิ่งไปกว่านั้น หากท่านพ่อรู้ว่าเจ้าเอ็นดูหู่หยาจื่อ ก็อาจจะเอ่ยปากขออะไรที่ไม่สมควรกับเจ้าก็ได้”
ฟางซื่อพูดออกมาจากใจจริง คำพูดของนางทำให้หัวใจของชุ่ยเหนียงเย็นเฉียบราวกับถูกราดด้วยน้ำเย็นจากหัวจรดเท้า
กู่ชิงเห็นชุ่ยเหนียงทุกข์ใจเขาก็พลอยไม่สบายใจไปด้วย จึงพูดปลอบข้างๆ ว่า “น้องหญิง ฮูหยินรองพูดถูก พี่รู้ว่าเจ้าทุกข์ใจ แต่ครอบครัวนั้นเป็นคนโลภมาก เจ้าอย่าลืมสิ ก่อนหน้านี้ตอนที่พี่จะไถ่ตัวเจ้า ยายแก่คนนั้นอ้าปากขอเงินตั้งร้อยตำลึง”
“ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญาขายตัวของเจ้าไม่ได้อยู่ในมือของนางแล้ว พี่… ต่อให้ทุบหม้อขายเหล็ก [1] ก็ไถ่ตัวเจ้าออกมาไม่ได้หรอก!”
ชุ่ยเหนียงฝืนยิ้มอย่างยากลำบาก แล้วหันไปพูดกับฟางซื่อว่า “ฮูหยินรอง ข้าขออยู่ที่หมู่บ้านไหวซู่ได้หรือไม่เจ้าคะ?”
ตราบใดที่ยังอยู่ในหมู่บ้านไหวซู่ ก็ไม่จำเป็นต้องพรากจากอวิ๋นฉี่รุ่ย แถมยังสามาร