อย” เจี้ยนเฉินคิดและระมัดระวังมากขึ้นทันที
ในขณะที่เขาสำรวจลึกลงไป เจี้ยนเฉินก็จับบทสนทนาระหว่างขั้นอสงไขยทั้งสาม
“โปรดอย่ากังวล หัวหน้าศาลา เนื่องจากดัฟฟ์ได้เดินทางไปยังเมืองอัศวินทมิฬด้วยตัวเองแล้ว จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับแก่นโลหิตของสัตว์เทพที่จัดสรรไว้ที่นั่น แม้ว่าเจ้าเมืองอัศวิน นทมิฬนามว่าไป่จินจะประสบอุบัติเหตุและล่วงลับไปแล้วในภูเขาโลกาแฝด แต่ดัฟฟ์ก็น่าจะสามารถเอาแก่นโลหิตออกมาได้ด้วยความแข็งแกร่งของเขา….” ขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 4กล่าว ในส่วนลึกของหัวหน้าศาลาเจ็ด
เจี้ยนเฉินทำได้เพียงซ่อนสัมผัสของเขาอย่างระมัดระวังโดยอยู่ห่าง ๆ เพราะกลัวที่จะเข้าใกล้พวกเขา ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่รู้ว่าคนเหล่านี้หน้าตาเป็นอย่างไร เขาสามารถรู้สึกได้เฉ ฉพาะเสียงของพวกเขาเท่านั้น
“มันจะดีและเยี่ยมมากถ้าเอาแก่นโลหิตมาได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ ข้าควรจะไปเผชิญหน้ากับจักรพรรดิอย่างไร เจ้าทั้งคู่ก็รู้ว่าเรื่องที่เกี่ยวกับแก่นโลหิตนั้นสำคั