งจากนั้นยอดฝีมือบรรพกาลอีกกว่าสิบคนก็มาถึง พวกเขาต่างก็แผ่การรับรู้วิญญาณออกไปเช่นกันเพื่อค้นหาสี่พี่น้อง
“พวกนั้นหนีไปแล้ว น่าเสียดายที่พลาดค่ายกลกระบี่ที่แข็งแกร่งเช่นนั้นไป….”
“พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่ามันเป็นค่ายกลกระบี่แบบไหนกัน ? มันกลับแสดงพลังที่น่าทึ่งในมือของราชาเทพทั้งสี่คนได้ มันช่างน่ากลัวจริง ๆ…”
“หากเราได้ค่ายกระบี่นั้นมา ความแข็งแกร่งของตระกูลเราต้องเพิ่มขึ้นมาอย่างมาก...”
….
ยอดฝีมือบรรพกาลที่มารวมตัวกันต่างก็พากันถอนหายใจและส่ายหน้า หลายคนรู้สึกเสียดายอย่างมาก
“เด็กน้อย เจ้ารู้จักสี่คนนั่นรึ ? ” ตอนนั้นเองก็ได้มีเสียงเย็นชาดังขึ้นมา เจี้ยนเฉิน รู้สึกเหมือนว่ามีสายตาอันเฉียบคมจับจ้องมาที่เขาแทงทะลุเขาราวกับมีด
คำถามนี้มาจากชายแก่หัวล้านชุดขาว เขาเป็นคนแรกที่มาถึง เขาเป็นยอดฝีมือบรรพกาลช่วงปลาย
เมื่อได้ยินแบบนั้นเหล่ายอดฝีมือบรรพกาลทั้งหมดก็มองมาที่เจี้ยนเฉิน
“ผู้อาวุโส ไม่ว่าข้าจะรู้จักพวกนั้นรึไม่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับท่าน” สีหน้าของเจี้ยนเฉินไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เขายังตอบกลับด้วยท่าทีใจเย็นแต่ใจเขานั้นกลับเต้นรัว
ตอนแรกชายแก่ต้องการแค่ขู่เจี้ยนเฉิน แต่เมื่อเห็นว่าเจี้ย