นตรายต่อสัตว์อสูรมิติได้
แม้แต่ซวนจ้านก็ทำให้มันบาดเจ็บแค่เพียงเล็กน้อย
แต่การโจมตีของสัตว์อสูรมิติจะทำให้พวกเขากระเด็นออกไปไกลเรื่อย ๆ แม้แต่ด้วยการป้องกันของกระบี่ก็ยังทำให้พวกเขารู้สึกกลัว
“ถอยกันเถอะ เราไม่อาจจะทำอะไรมันได้” ซวนจ้านพูดขึ้นมา
“เราจะปล่อยมันไปแบบนี้รึ ? ” กงซูนอี้รู้สึกแค้น เขาถูกสัตว์อสูรมิตินี่ตามรังควานอยู่นานจนชีวิตของเขาตกอยู่ในอันตราย สุดท้ายเขาก็ได้โอกาสที่จะแก้แค้น เมื่อพบว่าเขาไ ไม่อาจจะทำอะไรมันได้ มันก็ทำให้ความแค้นในอกปะทุขึ้นมา
ซวนจ้านมองไปที่กงซุนอี้ด้วยสีหน้าเฉยเมยและพูดขึ้น “หากเจ้าอยากแก้แค้นก็อยู่ต่อซะ เราไม่อยู่กับเจ้าด้วย” เพราะกงซุนอี้เป็นคนบังคับให้หยู่เฉินต้องวางมือและออกจากโ โถงเซียนธาตุแสงไป ซวนจ้านจึงไม่ได้ประทับใจ กงซุนอี้มากนัก คำพูดของเขาไร้ปราณีโดยไม่ได้สนใจฐานะของกงซุนอี้ที่เป็นผู้นำของโถงเซียนธาตุแสงเลยแม้แต่น้อย
อันที่จริงกงซุนอี้ไม่อาจจะทำอะไรซวนจ้านได้ อย่างน้อย ๆ เขาก็ไม่มีความมั่นใจที่จะเผชิญหน้ากับซวนจ้าน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยจากสัตว์อสูรมิติ
ผลก็คือเขาได้แต่ฮึดฮัดในใจ เขามองไปที่สัตว์อสูรมิติที่ทำให้เขาสลดอย