“เราใช้พลังวิญญาณของเราหมดไปครึ่งหนึ่งแล้ว ความสามารถในการต่อสู้ของเราได้รับผลกระทบเช่นกัน ถ้าซูซีปิงและหวงฟ ฟู่กุ่ยยี่ร่วมมือกัน เราอาจจะเป็นคู่ต่อสู้กับพวกเขาได้อย่างสูสีในสถานะปัจจุบันของเรา การฆ่าพวกเขาจะเป็นเรื่อ องยากมาก” หุนเจิ้งกล่าวอย่างไร้พลัง
อย่างไรก็ตาม ความคิดของเจี้ยนเฉินไม่ได้อยู่ที่ซูซีปิงและหวงฟู่กุ่ยยี่เลย เขาจ้องไปที่ค่ายกลเมฆทวีและพิรุณโ โลหิตรอบ ๆ ตัวเขาแล้วพูดอย่างเคร่งเครียดว่า “เราต้องหาทางออก หากปราศจากการสนับสนุนของเรา สถานการณ์บนที่ราบ เมฆาจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง”
ในใจของเจี้ยนเฉิน ซูซีปิง, หวงฟู่กุ่ยยี่ และกงซุนอี้ต่างก็เป็นเรื่องรอง สิ่งที่เขากังวลอย่างแท้จริงคือตระก กูลเทียนหยวน
“ที่ราบเมฆาต้องการเราอย่างแท้จริง หรือกลุ่มพันธมิตรชอบธรรมไม่สามารถเอาชนะพันธมิตรสี่เส้าด้วยสิ่งที่พวกเขามีอยู่ เพียงลำพัง” หุนเจิ้งกล่าว เขามองไปรอบ ๆ และพิจารณาค่ายกลสักพักก่อนจะพูดช้า ๆ “เตรียมควบคุมภูเขาวิญญาณ ข้าอา าจจะมีทางออก”
“อะไรนะ ? ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านบอกว่าท่านอาจมีทางออก ? ”
หุนเจิ้งสร้างความประหลาดใจให้กับสมาชิกอีก 7 คนของเชื้อสายนักรบวิญญาณด้วยสิ่งนั้น