“นายน้อยประกายดาว ถ้าท่านร่วมมือด้วยจะต้องใช้เวลามากที่สุดหนึ่งวัน” หนึ่งในขั้นบรรพกาลที่โจมตีค่ายกลมาถึง งตรงหน้านายน้อยประกายดาวและมองไปที่ผู้เชี่ยวชาญที่นายน้อยประกายดาวนำมาด้วย
นายน้อยประกายดาวมองไปที่ผู้ฝึกตนที่หวาดกลัวที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองและเขาก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย “ ไม่ต้องรีบร้ อน บอกผู้ฝึกตนทุกคนในเมืองหลวงของแคว้นว่าไม่ว่าจะมีที่มาอย่างไร ไม่ว่าภูมิหลังจะเป็นอย่างไร ตราบใดที่พวกเขา โจมตีตระกูลเทียนหยวนข้าจะไว้ชีวิตพวกเขา”
ดวงตาของผู้อาวุโสทั้งสามข้างนายน้อยประกายดาวสว่างขึ้นเมื่อพวกเขาได้ยินเช่นนั้น พวกเขาทุกคนยิ้มและหนึ่งในน นั้นกล่าวชมว่า “นายน้อยประกายดาว ท่านพยายามให้พวกเขาเปลี่ยนข้างหรือ ? แม้ว่าผู้ฝึกตนในตระกูลจะอ่อนแอ ไม่สาม มารถทำอะไรกับค่ายกลได้ แต่ก็เป็นวิธีที่ดีในการส่งผลต่อขวัญกำลังใจ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ใช่แล้ว ตระกูลเทียนหยวนยอมรับพวกเขาเข้าสู่เมืองหลวงของแคว้นเพื่อปกป้องพวกเขาด้วยความเอื้อเฟื้อเช่นนี ถ้าคนเหล่านี้เริ่มโจมตีค่ายกลของตระกูลเทียนหยวน ข้าสงสัยว่าตระกูลเทียนหยวนจะรู้สึกอย่างไร…”