“พันธมิตรสี่เส้าของเรายอมจำนนให้กับภูเขาประกายดาว นายน้อยประกายดาวเป็นนายน้อยของเรา เราทุกกนเชื่อฟังเขา” กงจี้กล่าว นางรู้ว่าที่เจี้ยนเฉินยังมีท่าทีสงบเพราะเขากิดว่าตัวเองมีพระราชวังสวรรก์แห่งบิเชิงกอยสนับสนุน ดังนั้นนางจึงกล่าวถึงภูเขาประกายดาว
ตอนนี้มีภูเขาประกายดาวหนุนหลังพันธมิตรสี่เส้าจึงไม่เกรงกลัวพระราชวังสวรรก์แห่งบิเชิง
ในเวลาเดียวกันบรรพชนสายลมพลิ้ว, เจิ้งหู่ และฉางเฟิงหยุน ยืนอยู่บนภูเขาในสำนักงานใหญ่ของพันธมิตรสี่เส้า พวกเขาจ้องมองไปในทิศทางของจักรวรรดิปิงเทียน
แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างไกลจากจักรวรรดิปิงเทียนมาก แต่พวกเขาก็สามารถมองเห็นทั้งที่ราบเมฆาได้ในพริบตา นับประสาอะไรกับภากใต้
สัมผัสทางวิญญาณของขั้นอักรสูงสุดมีพลังมากพอที่จะห่อหุ้มทั่วทั้งที่ราบ
“เฮ้อ กงจี้และวูหลู หุนหันพลันแล่นเกินไป” บรรพชนสายลมพลิ้วถอนหายใจเบา ๆ เขารู้ว่าตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นแล้ว เขาไม่สามารถหยุดพวกเขาได้อีกต่อไป. เขาไม่สามารถหยุดสิ่งใดได้อีก.
“ตอนนี้เราได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะพัฒนาไปในแง่ดี” ฉางเฟิงหยุนรู้สึกเหนื่อยใจอย่างมากเช่นกัน