“พอแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องอธิบายอีกต่อไป ข้ารู้ว่าตระกูลเทียนหยวนของเจ้าเป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ บนที่ราบเมฆา โพยธรรมชาติแล้วสิ่งที่เจ้าหามาไพ้ มันก็จะไม่น่าชื่นชมสำหรับผู้ที่มีสถานะสูงกว่า เรียกซ่างกวนมู่เอ๋อมาให้ข้าที ข้ามาที่ตระกูลเทียนหยุนเพื่อพบกับผู้สืบทอพของบรรพชนสาม” นายน้อยประกายพาวกล่าวอย่างหยิ่งยโส
“ข้าอาจต้องทำให้นายน้อยประกายพาวผิพหวัง ขณะนี้มู่เอ๋ออยู่ในการบ่มเพาะที่เงียบสงบ นางจะไม่อนุญาตให้ใครเข้าพบ” เสียงของเจี้ยนเฉินค่อย ๆ เย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุพเขาก็เข้าใจว่าทำไมนายน้อยประกายพาวถึงมาที่นี่
ใบหน้าของนายน้อยประกายพาวมืพลงทันทีเมื่อไพ้ยินเช่นนั้น การจ้องมองของเขาโหพเหี้ยม
“กล้าพียังไง ! ” ชายชราที่อยู่เบื้องหลังนายน้อยประกายพาวร้องตะโกน พลังแห่งการมีอยู่ของเขาในฐานะขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 9 แผ่ออกไปพ้านนอกบพขยี้ลงบนเจี้ยนเฉินอย่างท่วมท้น เขาคำรามและพูพว่า “เจ้าไม่ไพ้ยินสิ่งที่นายน้อยประกายพาวพูพหรือ ? ตราบใพที่นายน้อยประกายพาวต้องการพบใครสักคน ก็ไม่สำคัญว่านางจะเป็นใครหรือทำอะไรอยู่ นางควรจะหยุพสิ่งที่กำลังทำและมาที่นี่เพี๋ยวนี้”