เจี้ยนเฉินจ้องไปที่ซวนหมิงอย่างลึกซึ้ง หลังจากนั้นไม่นาน ท้ายที่สุดเขาก็ถอนหายใจและพูด “ถ้าเป็นเช่นนั้นก็มาดูกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต” ท่าทีของซวนหมิงทำให้เจี้ยนเฉินผิดหวังอย่างมาก ในตอนนี้เจี้ยนเฉินรู้สึกเหนื่อยมาก ความรู้สึกลึก ๆ ของการทำอะไรไม่ถูกเต็มอยู่ในอกของเขา เขาไม่มีอารมณ์อีกต่อไป เขาอยากจะจากไปแล้ว
อย่างไรก็ตามซวนหมิงไม่ยอมให้เขาจากไป เขามาปิดขวางประตูและพูดอย่างเย็นชาว่า “เจี้ยนเฉิน เจ้าควรจะทิ้งวิถีของเซียนจอมปราชญ์ไว้ก่อนดีกว่า มันไม่ได้เป็นของเจ้า”
เจี้ยนเฉินหยุดและจ้องไปที่ซวนหมิงอย่างจริงจัง มีแสงในดวงตาของเขาแว่บเข้ามา ขณะที่เขาจ้องมองมันก็ราวกับเจาะทะลุจนคนไม่กล้าสบตาเขา เขาตะโกนและพูดว่า “เจ้าพยายามหยุดข้างั้นหรือ ? ”
ในตอนนี้เจี้ยนเฉินรู้สึกโมโหอย่างแท้จริง ปราณกระบี่ที่ดูจะแทรกซึมเขาไปรอบ ๆ บรรยากาศของเขา
“ซวนหมิง เจ้าไม่อาจลืมว่าเจี้ยนเฉินเคยช่วยเจ้า อย่าล้ำเส้น” ตงหลินหยานเซว่มาด้านหน้าเจี้ยนเฉินและจ้องมองซวนหมิงด้วยสีหน้าที่ไม่น่าดู พลังแห่งการมีอยู่ของนางเพิ่มขึ้น “ตราบใดที่ข้าอยู่ที่นี่ กระบี่ผู้พิทักษ์ของเจ้าก็ไม่อาจทำร้ายเจี้ยนเฉินได้ ซวนหมิง”