“ข้าเป็นเพียงกระบี่ผู้พิทักษ์ พลังทั้งหมดของข้ามาจากกระบี่ผู้พิทักษ์ ถ้าข้าทำกระบี่ผู้พิทักษ์หายไปสักวัน ข้าจะเป็นเซียนผู้เชี่ยวชาญศรัทธาที่อ่อนแอ ไม่มีอะไรที่น่าภูมิใจ” ตงหลินหยานเซว่กล่าวช้า ๆ นางได้คิดทุกอย่างเป็นอย่างดี นางไม่เชื่อว่านางได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นสูงของโลกเซียนเพียงเพราะนางเป็นกระบี่ผู้พิทักษ์
นางเข้าใจว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ของของนาง
“เจี้ยนเฉิน เจ้าเป็นอย่างไรบ้างเร็ว ๆ นี้ ? ข้าได้ยินว่าเจ้าทำลายองค์กรชั้นสูงบนที่ราบวารี” ตงหลินหยานเซว่กล่าว ทั้งสองคนนั่งอยู่รอบ ๆ โต๊ะหยกในขณะที่นางรินชาให้กับเจี้ยนเฉินเป็นการส่วนตัว
เจี้ยนเฉินพยักหน้า เขาพูดถึงเรื่องทั้งหมดอย่างคร่าว ๆ และไม่ได้เจาะลึกนัก หลังจากนั้นเขาก็ถามตงหลินหยานเซว่เกี่ยวกับกระบี่ผู้พิทักษ์
“หลังจากที่เจ้าจากไป จิตวิญญาณวัตถุของหอคอยธาตุแสงได้ตื่นขึ้น กระบี่ผู้พิทักษ์ล้วนมาจากจิตวิญญาณวัตถุนั้น…..” ตงหลินหยานเซว่ไม่ปิดบังอะไร นางบอกเจี้ยนเฉินทุกอย่างที่นางรู้ราวถึงกระบี่ผู้พิทักษ์
มีแสงวาบผ่านดวงตาของเจี้ยนเฉินหลังจากเรียนรู้ว่าผู้ครอบครองคนอื่นเป็นใคร เขาก็เข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้คือการเตรียมการของจิตวิญญาณวัตถุ