นางยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบ ๆ ในขณะที่นางจ้องมองไปที่เจี้ยนเฉินพร้อมกับปราณสีดำของนาง
“เป็นเวลา 10 ปีแล้ว 10 ปี ข้าไม่ได้พูดกับเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตั้งแต่เขาออกจากพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูนเมื่อสิบปีก่อน ข้างสงสัยเมื่อไหร่เขาจะบ่มเพาะเสร็จสิ้น” จื่อหยุนถอนหายใจ ขณะที่นางจ้องมองไปยังคนที่อยู่ไกล ๆ
นางทำแบบนี้ทุก ๆ วัน กลังจากที่มองไปกว่า 1 ชั่วยาม นางก็หันหลังจากไป
อย่างไรก็ตามในเวลานี้ปราณกระบี่ที่ถูกควบแน่นอยู่ที่ไกล ๆ ก็กลายเป็นปราณกระบี่สีเงินขาวขนาดเท่านิ้วมือลอยอยู่เหนือหัวของเจี้ยนเฉิน มันส่องประกายจนไม่อาจมองเห็นอย่างอื่นได้ มันพร่างพราวราวกับดวงอาทิตย์
ปราณกระบี่ดูเหมือนจะมีพลังลึกลับทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการป้องกันร่างกายทั้งหมดและส่งผลต่อวิญญาณโดยตรง
จื่อหยุนซึ่งแต่เดินต้องการที่จะจากไปก็หยุดดูอย่างไม่รู้ตัว นางอดไม่ได้ที่จะหันไปมองปราณกระยี่ที่ควบแน่นอยู่บนหัวของเจี้ยนเฉินและนางรู้สึกเจ็บแปลบในดวงตาของนางทันที แม้แต่วิญญาณของนางก็ดูเหมือนจะถูกฉีกออกจากกัน ราวกับว่ามันถูกแทงด้วยปราณกระบี่นับไม่ถ้วน