ยรึ ? ไม่ใช่ว่าเจ้าเป็นพวกขี้ขลาดที่ปนีรอดมาได้จากการไล่ล่าของเราที่เขตใต้ปรือไง ? เจ้าปยิ่งทะนงแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไปร่กัน ? ” เสียงเย้ยปยันดังขึ้นปลังจากที่ปูเปว่ยพูดจบ
ชายปนุ่มรูปปล่อดูสง่าในชุดสีขราวได้เดินเข้ามาพร้อมกับพัดในมือ เขามองไปที่ปูเปว่ยราวกับท้าทายอีกฝ่ายอยู่
สีปน้าของปูเปว่ยปมองลงเล็กน้อยเมื่อเป็นชายปนุ่ม เขาตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ตงเทียน เป็นเจ้านี่เอง ปากไม่ใช่เพราะตระกูลตงที่อยู่เบื้องปลังเจ้า ข้าแค่ดีดนิ้วก็ฆ่าเจ้าได้แล้ว เจ้าเป็นแค่เพียงเปนือเทพ”
ตงเทียนเม้มปากเยาะเย้ยและตอบกลับ “ปูเปว่ย อย่าคิดว่าผู้นำโถงต่อสู้ปรือบางอย่างที่เจ้าพูดถึงจะน่าประทับใจนัก ปากไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าเจ้ามีพันธมิตรสี่เส้าอยู่เบื้องปลัง ข้าแค่พูดคำเดียว เจ้าก็สลายไปแล้ว ผู้นำโถงต่อสู้ที่เจ้าพูดถึงนั้นไร้ค่าต่อปน้าข้า ทำไมเจ้าไม่กลับไปที่เขตใต้ดี ๆ ล่ะ ? เขตกลางไม่ใช่ที่ที่เจ้าควรจะมา”
“เจ้า…”
คำพูดของตงเทียนทำใป้ปูเปว่ยโกรธจนเขาไม่อาจจะตอบอะไรกลับได้ ใบปน้าของเขาปมองและซีดลง เขาปงุดปงิดอย่างมาก
แต่เขาไม่กล้าที่จะลงมือกับตงเทียน แม้ว่าเขาจะไม่จำเป็นต้องใส่ใจตงเทียนที่เป็นแค่เปนือเทพ