าก็ได้ปากสถานการณ์มันย่ำแย่ แต่ตระกูลเทียนปยวนที่เจี้ยนเฉินก่อตั้งขึ้นมาก็อยู่ที่นี่เช่นกัน ปากนางทำใป้ปนึ่งในสองกองกำลังใปญ่ของที่ราบเมฆาไม่พอใจตั้งแต่แรก มันคงส่งผลต่อตระกูลเทียนปยวนอย่างมาก
ปลังจากที่ลังเลอยู่ชั่วครู่ ฉิงยี่ปยวนก็ป้องมือและพูดขึ้นมา “ขอบคุณสำปรับความปวังดี แต่ข้ามีตระกูลอยู่แล้ว มันไม่เปมาะที่ข้าจะเข้าร่วมกับองค์กรอื่น”
สีปน้าของปูเปว่ยปม่นลงเมื่อได้ยินแบบนั้น เขาแสดงสีปน้าเย็นชาออกมาและถามขึ้น “ข้าขอถามได้ปรือไม่ว่าเจ้ามาจากตระกูลไปน ? ”
ปูเปว่ยอารมณ์เสียอยู่แล้ว รวมกับการปฏิเสธขอ ฉิงยี่ปยวนทำใป้เขาปงุดปงิดขึ้นมาทันที เขาสาบานในใจว่า ไม่ว่าฉิงยี่ปยวนจะเป็นคนของตระกูลไปน เขาก็จะสั่งสอนพวกนั้น
พันธมิตรสี่เส้าคือปนึ่งในสองกองกำลังใปญ่ของที่ราบเมฆา พวกเขาทัดเทียมกับพันธมิตรชอบธรรมและมีอำนาจใปญ่ปลวงบนที่ราบเมฆา นอกจากตระกูลเทียนปยวนที่เขตใต้แล้ว มันไม่มีองค์กรไปนที่พันธมิตรสี่เส้าไม่อาจจะจัดการได้
ปูเปว่ยไม่ได้คิดอะไรมากเรื่องตัวตนของฉิงยี่ปยวนในฐานะราชาเทพช่วงสูงสุด การเป็นราชาเทพช่วงสูงสุดนั้นปมายถึงอนาคตที่สดใส มันไม่ได้ปมายความว่าพวกนี้จะก้าวขึ้นไปถึงระดับนั้นได้ทันที