ับพูดออกมา “หมอกแปลกประหลาดได้ไล่สัตว์อสูรทั้งหมดไป แม้ว่าหมอกจะหายไปแล้วแต่สัตว์อสูรก็ยังไม่กล้าพอที่จะกลับมาที่เขตของตัวเอง ข้าไม่ได้พบสัตว์อสูรแม้แต่ตัวเดียวตอนที่ไปตรวจสอบรอบ ๆ ”
“เราโดนขังอยู่ในหมอกมานาน แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่ามันนานแค่ไหนแต่ดูเหมือนว่าจะกินเวลาเกือบปี อีกไม่นานประตูจะเปิดออก เราแค่ต้องรออยู่ที่นี่”
“แต่ภัยที่อันตรายที่สุดไม่ใช่พวกสัตว์อสูร มันคือฉิงฉัน” ตงหลินหยานเซว่ไม่ได้คลายกังวลเลยแม้แต่น้อย นางยอมแพ้กับการค้นหามุกต้นกำเนิดธาตุแสง นางหวังแค่ว่าจะรอดจากที่นี่ไปได้
“ฉิงฉันอาจจะออกจากที่นี่ไปแล้ว ยังไงซะเวลาก็ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว หากเขาไม่ออกไป ผู้อาวุโสของโถงเซียนธาตุแสงจะแห่กันเข้ามาตอนที่ประตูเปิดออก เขาคงจบสิ้นแน่” เจี้ยนเฉินพูดขึ้นอย่างใจเย็น
“เจ้าก็แค่คาดเดา หากฉิงฉันยังไม่ออกจากที่นี่ไปล่ะ ? เจียงเหยาง ข้ารู้สึกว่าเราจะปลอดภัยกว่าเดิมหากหาที่ซ่อนไกลกว่านี้” ตงหลินหยานเซว่พูดขึ้นมาด้วยความกังวล
“ก็ได้ งั้นเดินทางต่อ” เจี้ยนเฉินหมดคำพูด เพื่อที่จะไม่ให้ตงหลินหยานเซว่สงสัย เขาจึงได้แต่อุ้มนางและเดินทางต่อ
ตอนนี้ตงหลินหยานเซว่ไม่ได้ปฏิเสธเขาแบบเดิม