ม่น่าเชื่อถือเลยเมื่อคนอื่นได้ยิน
“ฮึ่ม ข้าไม่เคยคิดเลยว่ายอดเขาทะยานเมฆของข้าจะมีศิษย์ที่ไร้ยางอาย เจ้าทำให้พวกเราอับอายโดยสิ้นเชิง ศิษย์น้องอย่าได้เสียเวลากับคนอย่างเขาอีกต่อไป” จ้าวเฟิงยืนอยู่อีกข้างหนึ่งและวิพากษ์วิจารณ์เจี้ยนเฉินราวกับว่าเขามีความอาวุโส เขาไม่สนใจความจริงของเรื่อง ตราบใดที่มีโอกาสที่จะทำให้เจี้ยนเฉินขายหน้า เขาจะไม่มีวันพลาด เขาไม่ได้ปฏิบัติต่อเจี้ยนเฉินเหมือนศิษย์น้องของเขาเลย
ดวงตาของเจี้ยนเฉินเย็นชาจากเรื่องนี้ เขารู้ดีว่าจ้าวเฟิงมีอคติต่อเขา เขาจะไม่สนใจถ้าไม่มีใครอยู่ แต่ตอนนี้มีศิษย์มากมายจากภูเขาอื่นมาที่นี่ จ้าวเฟิงไม่สนใจภาพรวมและต้องการที่จะสร้างปัญหาให้กับเขา ตอนนี้เจี้ยนเฉินโกรธอย่างแท้จริง
“จ้าวเฟิง คนที่สร้างความอับอายให้กับยอดเขาทะยานเมฆคือเจ้าไม่ใช่ข้า ดูเหมือนว่าถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะต้องเข้าใจอะไรบางอย่าง” เจี้ยนเฉินพูดกับจ้าวเฟิงอย่างเย็นชา เขาสร้างตราประทับด้วยมือของเขาและกดตรงไปที่จ้าวเฟิง
ทันใดนั้น พลังเซียนธาตุแสงที่ทรงพลังก็พุ่งทะยานออกมาและควบแน่นกว้างเท่าฝ่ามือ มันส่องแสงระยิบระยับไปทางจ้าวเฟิง
“นี่คือ… ฝ่ามือธาตุแสง …ปะ-เป็นไปไม่ได้…” ดวงตาของจ้าวเฟิงหรี่แคบ