ห้กับตงหลินหยานเซว่ที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร
สายตาของตงหลินหรี่แคบลง นางอดไม่ได้ที่จะมองไปที่เจี้ยนเฉินพร้อมกับเดินเข้าหาอย่างช้า ๆ นางเดินไปหาเจี้ยนเฉินในขณะที่ลอยอยู่เหนือผืนดิน ท้ายที่สุดนางก็ลอยไปถึงก้อนหินที่เจี้ยนเฉินนั่งอยู่ นางอยู่ห่างจากเจี้ยนเฉินเพียงไม่กี่เมตร
“ตอนแรกข้าคิดว่าคนที่บอกให้ข้ามาที่นี่จะเป็นราชาเทพธาตุแสงเป็นอย่างน้อยหรือแม้แต่ผู้อาวุโส หรือบางทีอาจจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ถูกส่งมาจากตระกูลหรือองค์กรขนาดใหญ่ ข้าไม่คิดเลยว่าจะเป็นเซียนผู้เชี่ยวชาญธาตุแสงที่มีแกนวิญญาณหนึ่งสี” ตงหลินหยานเซว่จ้องไปที่เจี้ยนเฉินอย่างใกล้ชิดและแสดงความผิดหวังอย่างไม่ปิดบัง
เจี้ยนเฉินยิ้มอย่างเฉยชา “การบ่มเพาะของข้านั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญเพราะมันไม่สำคัญเลย สิ่งสำคัญที่สุดคือเจ้าต้องเข้าใจว่าข้าสามารถให้บางอย่างแก่เจ้าได้ ซึ่งแม้แต่อาวุโสหรือตระกูลหรือองค์กรใหญ่ ๆ ก็ไม่อาจให้เจ้าได้”
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่เชื่อข้า ข้ารู้ว่ามีหลายคนที่มั่งคั่งกว่าข้าที่เพรียบพร้อมไปทรัพยากรบ่มเพาะมากกว่าข้า อย่างไรก็ตามคนเหล่านี้จะทำให้เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าสุดท้ายเจ้าจะได้รับชัยชนะ ? ”
ตงหลินหยานเซว่มองด้วยสายตา