้นเขาก็รีบออกไปพร้อมกับซูหราน
ฉิงยี่หยวนในชุดสีฟ้าได้บอกลาหญิงสาวที่มีแผลเป็นที่หน้าภายในกระท่อมหินในเขตที่ห่างไกลของเมืองหลวง
“พี่จือชิงเฉิง เจ้าต้องรอข้า เมื่อข้าแข็งแกร่งเพียงพอ ข้าจะมาหาเจ้าที่ดาวเคราะห์เทียนหมิง” ฉิงยี่หยวนกอดอีกฝ่ายไว้แน่นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา
“ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงข้า เจ้าอย่าลืมสิว่าข้าเป็นขั้นเทพ แม้ว่าข้าจะไม่ได้แข็งแกร่งนักแต่ข้าก็ปกป้องตัวเองได้” จือชิงเฉิงพูดขึ้น นางรู้สึกขมขื่น เป็นธรรมดาที่นางจะรู้ว่าฉิงยี่หยวนไม่ได้อยู่ในชะตาที่ต่างจากการที่ตกอยู่ในมือของตระกูลกัส หากนางตามนายน้อยเจียงหยางไป แต่นายน้อยคนนี้คือคนที่แม้แต่ตระกูลกัสก็ยังไม่อาจจะทำให้ขุ่นเคืองใจได้ ฉิงยี่หยวนไม่มีพลังมากพอจะหนีจากอีกฝ่ายได้
“พอได้แล้ว นายท่านเร่งข้าให้พาเจ้าไปยังค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกล เราต้องไปแล้ว” ตอนนั้นเฮยหยาได้พูดขึ้นมา เขาได้เอาเหรียญผลึกออกมาจากแหวนมิติและมอบมันให้กับจือชิงเฉิง ก่อนจะกลับไปพร้อมกับฉิงยี่หยวน
บรรพชนกระบี่เดียวดายที่นั่งอยู่บนอุกกาบาตที่มิติภายนอกไกลออกไปจากดาวเคราะห์เทียนหมิง เขาไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อยราวกับรูปปั้น
ราชาเผิงสีฟ้ายืน