าจารย์ชูกล่าวกับเอเดรียนน่าด้วยแววตาที่ส่องประกายซึ่งเป็นความหวังสุดท้ายในสายตาของเขา
เอเดรียนน่าไม่ได้เย็นชาเหมือนซุยหยุนหลาน นางมองไปที่ปรมาจารย์ชูและคนอื่น ๆ ด้วยความเห็นอกเห็นใจและกล่าวว่า “เจี้ยนเฉินเป็นสหายของเทพเจ้าแห่งสงครามซึ่งเป็นที่นับถือของเผ่าเทพของเรา ข้ามาภายใต้คำสั่งของเทพเจ้าสงครามเพื่อช่วยเหลือเจี้ยนเฉิน เจ้าผิดตั้งแต่แรกแล้วเมื่อเจ้าเลือกที่จะเป็นศัตรูกับเจี้ยนเฉิน”
“อะไรนะ ? เผ่าเทพ…สหายของเทพเจ้าแห่งสงคราม…” ปรมาจารย์ชูตกตะลึงในขณะที่เขาจ้องมองไปที่เอเดรียนน่าอย่างว่างเปล่า สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความขมขื่น ในขณะนั้นในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่าการตัดสินใจอย่างโง่เขลาที่จะเป็นศัตรูกับเจี้ยนเฉินนั้นเป็นอย่างไร
“เรื่องนี้ได้พัฒนาไปจนถึงจุดนี้แล้ว มันไม่มีประโยชน์แม้ว่าเจ้าจะเสียใจ” เจี้ยนเฉินกล่าวอย่างเย็นชา เขาแกว่งกระบี่นวดาราวิถีสวรรค์ซึ่งทอประกายแสงดาวไปที่พวกเขาอย่างไร้ความปราณี
ในขณะนั้นปรมาจารย์ชูและองครักษ์ที่เหลือขององค์ชายห้าต่างก็ถูกสังหาร มีเพียงคนไม่กี่คนในครอบครัวหยุนที่ยังเหลืออยู่
ผู้คนในครอบครัวหยุนมองดูศพและดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่สนใจ พวกเขาทั้งหมดยังจำได้อย่างชัดเ