คือเวลาแค่ 1 เดือน พวกเขาก็เก็บสมบัติสวรรค์ระดับเทพในขั้นต่าง ๆ ไปหลายร้อยชิ้น
ระหว่างนั้น ไคยะ, เฉินหลงและเสี่ยวเจิ้ง ต้องพักอยู่หลายครั้งเพราะการใช้พลังดั้งเดิมที่มากเกินไป พวกเขาใช้เหรียญผลึกขั้นสูงสุดเพื่อการฟื้นฟูพลัง
มีแค่เจี้ยนเฉินที่เหมือนจะไม่หมดแรงเลยแม้แต่น้อย เพราะการที่เขาบ่มเพาะพลังบรรพกาลซึ่งใช้ไปเพียงน้อยนิด เขารู้สึกหมดแรงก็ตอนที่จุดบรรพกาลในตันเถียนนั้นหดขนาดลงเล็กน้อยหากเทียบกับแต่ก่อน
“เฮ้อ โชคร้ายจริง ๆ มันมีราชาเทพมากมายแต่พวกนั้นต่างก็พ่ายแพ้ให้กับขั้นเหนือเทพ และปล่อยให้ขั้นเหนือเทพผู้นี้ได้รับมรดกของขั้นบรรพกาลไป”
“ใช่ มันยากที่จะรับความจริงนี้ได้ มรดรกจากผู้ที่อยู่ขั้นบรรพกาล แม้ว่าเราจะไม่ได้มันมาแต่อย่างน้อยหากราชาเทพคนอื่นได้ไปก็ยังพอรับได้ แต่นี่กลับตกเป็นของขั้นเหนือเทพ”
“แต่ขั้นเหนือเทพผู้นั้นก็ไม่ธรรมดา มรดกนั้นใช่ว่าจะได้มาง่าย ๆ มันมีราชาเทพหลายคนที่ยังอยู่ภายนอก ทันทีที่นางออกมา พวกนั้นคงไม่ปล่อยนางไปแน่”
“นั่นไม่สำคัญอีกต่อไป พรสวรรค์ที่เรามีนั้นจำกัด เราไม่อาจจะเทียบเคียงกับพวกระดับสูงได้ มันคงเป็นเรื่องไกลตัวที่จะได้รับมรดกของผู้ที่อยู่ขั้นบรรพกาลมา มันจะดีกว่าหากเรอยู่ที่สวนและเก็บเอาดอกไม้แห่งวิถีเพื่อที่เราจะได้เตรียมตัวทะลวงผ่านขึ้นไปยังขอบเขตตั้งต้นในอนาคต”
ตอนนั้นเองชายหญิงกว่า 5 คนที่สวมชุดคล้ายกันได้เดินออกมาภายนอกพร้อมกับพูดคุยกัน