ดมือ พวกนั้นต่างก็มองไปที่ห้าคนด้วยสีหน้าที่หม่นลงเล็กน้อย
ทั้งห้าคนประกอบไปด้วยผู้ชาย 3 คนและผู้หญิง 2 คน นอกจากผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นราชาเทพช่วงกลางแล้ว คนที่เหลือเป็นราชาเทพช่วงปลาย
มันไม่ยากที่จะฆ่าพวกนี้ด้วยความแข็งแกร่งที่พวกเจี้ยนเฉินมี แต่พวกเขาไม่อาจจะกันไม่ให้ทั้งห้าคนหนีไปได้ ในหมู่ 5 คนนี้ ชายวัยกลางคนมองมาที่พวกเจี้ยนเฉินและพบว่าหนึ่งในนรั้นไม่อาจจะตรวจจับการบ่มเพาะได้ เขาป้องมือและพูดขึ้นทันที “เรามาจากนิกายเมฆขาวของที่ราบอัคคีฟ้า ขอคำนับทุกคน”
“ที่ราบอัคคีฟ้า ? พวกเจ้ามาจากที่ราบอัคคีฟ้ารึ ? ” เจี้ยนเฉินแปลกใจเมื่อได้ยินแบบนั้น
ชายวัยกลางคนเองก็แปลกใจกับท่าทีของเจี้ยนเฉิน เขายิ้มออกมา “ถูกต้อง เรามาจากที่ราบอัคคีฟ้า เจ้าเองก็มาจากที่ราบอัคคีฟ้ารึ ? ”
“ข้าไม่ได้มาจากที่นั่นแต่ข้ามีคนสนิทที่นั่น” เจี้ยนเฉินพูดพร้อมกับแววตาที่ดูสั่นไหว
ชายวัยกลางคนหัวเราะออกมา “ดูเหมือนว่ามันจะเป็นวาสนาที่พาเรามาพบกัน สหาย เมื่อมรดกของผู้ที่อยู่ขั้นบรรพกาลมีเจ้าของแล้ว คนที่ออกจากที่นั่นต้องกลับมายังสวนนี้ในไม่ช้า เจ้าไม่ได้มีเวลาเหลือมากนัก” จากนั้นชายวัยกลางคนก็เงียบไปชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อ “เหลือเวลาไม่มาก แม้ด้วยความแข็งแกร่งที่เจ้ามีกับสมบัติทำลายค่ายกลนั่น แต่สมบัติสวรรค์ที่เก็บได้ก็มีจำกัด เราจะช่วยเจ้าทำลายค่ายกลพวกนี้ เราแค่ต้องการดอกไม้แห่งวิถีดอกหนึ่ง”
“ตกลง ! ” หลังจากที่ลัง