มา มันส่งผลต่อความสามารถของข้าอย่างมาก ข้ารับรู้ได้แค่ 3 จาก 4 คน ข้าไม่อาจจะหาอีกคนเจอได้” เฮยหยาแปลกใจ เขาเคลื่อนที่ช้าลงกว่าเดิมเพราะกลัวว่าเขาจะสูญเสียการรับรู้จากพวกนั้นไป
หลังจากนั้นครึ่งวัน เฮยหยาก็มาหยุดอยู่สถานที่หนึ่งพร้อมกับสองพี่น้อง ทั้งสามปกปิดพลังของตัวเองและเคลื่อนไหวเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้ใครตื่นตัว
“ตรงนี้แหละ มันมีถ้ำอยู่ด้านล่าง มันปกปิดไปด้วยค่ายกล เจี้ยนเฉินและคนอื่น ๆ อยู่ที่นี่” เฮยหยาพูดขึ้นและชี้ไปที่กำแพงหิน จากนั้นเขาก็คิ้วขมวดเล็กน้อยและมองไปยังไป่เฮอและไป่ฉี เขาพูดด้วยสีหน้าประหลาดใจ “แต่ความสามารถของข้ารับรู้ได้แค่ 3 คนเท่านั้น คนที่สี่หายไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว จนตอนนี้ข้าก็ยังไม่พบเขา”
“หายไปรึ ? ” ไป่เฮอเลิกคิ้วและหัวเราะออกมา “แน่นอนว่าทั้งสี่คนอยู่ในภูเขาแห่งนี้ ไม่ใช่ว่าคนที่หายตัวไปนั้นตายเพราะการบ่มเพาะรึไงกัน ? ”
“เป็นไปไม่ได้ แม้ว่าเขาจะตายไป แต่ด้วยความสามารถที่ข้ามี ข้าก็ต้องจะพบศพของเขา แม้ว่าศพจะถูกทำลายแต่ข้าก็สามารถรับรู้ได้ว่าเขาตายที่ไหน” เฮยหยาเอ่ยขึ้นมาเช่นนี้
“ช่างเถอะ หากเราหาเขาไม่เจอก็ช่างมัน ฆ่าอีก 3 คนที่เหลือแล้วกลับไปรวมตัวกับองค์ชาย” ไป่ฉีก้าวออกมาและมองไปยังถ้ำตรงหน้าด้วยความสนใจ สายตาเขาแสดงความอาฆาตออกมา “การป้องกันของค่ายกลนี่น่าประทับใจ แต่เราต้องทำลายมันด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเพื่อกันไม่ให้คนด้านในหนีออกมาได