งไปที่เด็กหญิงที่กำลังหนีไป สายตาของเขาเริ่มเศร้าหมองและเขารู้สึกเหงา
ความบริสุทธิ์และไร้เดียงสาของเด็กหญิงทำให้เขาคิดถึงเสี่ยวหลิง
“ข้าคงไม่อาจกลับไปยังที่ราบเมฆาได้ในเร็ว ๆ นี้ ข้าหวังว่าเสี่ยวหลิงจะปลอดภัยในตระกูลเทียนหยวน” เจี้ยนเฉินถอนหายใจกับตัวเอง เขามองไปรอบ ๆ ดาดฟ้าเรือก่อนที่จะนั่งลงบริเวณที่เงียบสงบ เขาสร้างค่ายกลง่าย ๆ รอบตัวเขาก่อนที่จะทำความเข้าใจต่อไป เขาหวังว่าเขาจะเข้าใจบางอย่างจากดวงดาวและทะลวงคอขวดของเขาเพื่อที่จะบรรลุความสำเร็จขั้นกลางของจิตวิญญาณกระบี่
ดาดฟ้ามีขนาดใหญ่มากและมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รวมกลุ่มกัน พวกเขารวมกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อดื่มหรือทำแบบเจี้ยนเฉินเพื่อทำความเข้าใจกับความลึกลับของหมู่ดาว ในขณะที่สร้างค่ายกลง่าย ๆ รอบ ๆ ตัวเขา
ค่ายกลรอบตัวเจี้ยนเฉินได้ตัดเสียงทั้งหมดจากภายนอก เขาบอกว่าเขาทำความเข้าใจ แต่จริง ๆ แล้วเขาเงยหน้ามองไปที่จักรวาลที่ไร้ขอบเขต เขามองดูดวงดาวที่อยู่เหนือบนหัวของเขาและมีดาวนับไม่ถ้วนกับอุกาบาตรอบ ๆ ตัวของเขาที่กลายเป็นริ้วแสงจากความเร็วของเรือรบ สายตาของเขาค่อน ๆ กลายเป็นพร่างพราว
และในเวลาเดียวกันเขารู้สึกเหมือนได้หลอมรวมกับจักรวาลจนเป็นหนึ่งเดียวกัน
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงความรู้สึก ไม่มีที่ไหนที่เขาจะหลอมรวมจนใกล้เคียงกับจักรวาล
อย่างไรก็ตาม เจี้ยนเฉินสามารถสัมผัสบางอย่างของกฏของกระบี่ที่เชื่อมโยงกับจักรวาล มันเป็นเหมือนลำดับใ