ยบกับจักรพรรดิซีในภาคเหนือ เจ้าต้องรู้ว่าจะมีผลกระทบยังไง”
เจี้ยนเฉินรับแก่นพืชและสัตว์อสูรมาจากนางฟ้าเฮายู่ พวกมันมีขนาดเท่ากับกำปั้นและโปร่งใส หลังจากที่พิษในตัวพวกมันถูกสกัดออกไป เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบริสุทธิ์ที่ไหลวนอยู่ในแก่น มันดูมีชีวิตชีวาอย่างมาก
นางฟ้าเฮายู่เงยหน้าขึ้นมองฟ้า นางมองไปยังแสงที่ปิดผนึกภาคเหนือและพูดขึ้น “เมื่อเรื่องระหว่างจักรพรรดิซีและนิกายแยกสวรรค์จบลงแล้ว ผนึกนี้น่าจะคงอยู่อีกไม่นาน พรุ่งนี้จะมีคนจากจักรวรรดิเสิ่นเตาทำการโจมตีนิกายที่เป็นศัตรูกับพวกเขา เมื่อเสร็จสิ้นเรื่องนี้แล้ว ข้าจะออกจากที่ราบเมฆาและกลับไปยังโถงเทพจันทรา“
นางฟ้าเฮายู่ยังคงใจเย็นตอนที่พูดถึงโถงเทพจันทราความรู้สึกของนางสั่นไหวไปเล็กน้อย
“มันผ่านมาหลายปีแล้ว ข้าสงสัยว่าโถงเทพจันทราในตอนนี้จะเป็นยังไง พ่อข้ารู้ถึงแผนการของหนานป้อเทียน รึยัง ? ” น่าเสียดายที่ที่ราบเมฆานั้นอยู่ห่างจากโถงเทพจันทราเกินไป มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับมันที่นี่ได้” สีหน้าของนางฟ้าเฮายู่แสดงความกังวลออกมาเล็กน้อย
“นางฟ้าเฮายู่ หนานป้อเทียนผู้นี้คงแข็งแกร่งอย่างมากสินะ ? หากมันพัฒนาจนมาถึงจุดที่ทุกฝ่ายต่างก็หันมาเป็นศัตรูกับเจ้า เจ้าก็กลับมาได้เลย” เจี้ยนเฉินพูดขึ้นด้วยความลังเล แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโถงเทพจันทรา แต่มันก็ง่ายที่จะพอเดาออกจากคำพูดของเฮายู่
“ในอดีตนั้น หนานป้อเทียนได้เข้าถ