้ยนเฉินรู้สึกราวกับว่าเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางสายลมฤดูใบไม้ผลิ หมอกในใจของเขาถูกพัดหายไป
“เจี้ยนเฉิน ข้าเคยได้ยินชื่อเจ้ามาหลายสิบปีก่อน ตั้งแต่นั้นมาข้าจึงให้ความสนใจกับเจ้ามาตลอด ทุกวันข้าคาดหวังในวันที่ข้าจะได้พบเจ้าเป็นการส่วนตัว เพื่อที่ข้าจะได้เห็นขั้นเหนือเทพที่เข้าใจกฎของกระบี่และสามารถสร้างความปั่นป่วนในสุสานของราชาเทพต้วนมู่ ในที่สุดข้าก็ได้พบเจ้า” ราชาศักดิ์สิทธิ์ยิ้ม เขาจ้องมองเจี้ยนเฉินด้วยแววตาแปลก ๆ ก่อนที่จะถอนหายใจเบา ๆ “ การได้เห็นเป็นมากกว่าการได้ยินจริง ๆ ใครจะคิดว่าผู้นำแห่งตระกูลเทียนหยวน ผู้ซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวายอย่างมากในสุสานของราชาเทพต้วยมู่ คนที่เอาชนะค่ายกลของปรมาจารย์เฉินหลงและยืนหยัดอย่างมั่นคงต่อหน้าหยางไค ยังบ่มเพาะไม่ถึงพันปี มันน่าอัศจรรย์จริง ๆ ข้าประหลาดใจอย่างมาก”
ปัง ! ผู้พิทักษ์จักรวรรดิสูงสุดพ่นชาของเขาออกมาในขณะที่เขาจ้องมองราชาศักดิ์สิทธิ์ด้วยความตกใจ เขาพูดตะกุกตะกัก “ปิงเทียน เจ้าพูดว่าอะไร ? เจี้ยนเฉินบ่มเพาะไม่ถึงพันปีงั้นหรือ ? อย่าเล่นตลกกับข้า ข้าจะยอมรับข่าวที่ไม่น่าเชื่อเช่นนี้ได้อย่างไร ? ”
“หากเจ้าไม่เชื่อข้า เจ้าสามารถถามเจี้ยนเฉินได้ด้วยตัวเอง” ราชาศักดิ์สิทธิ์กล่าว สายตาของเขาที่มีต่อเจี้ยนเฉินนั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจราวกับว่าเขากำลังศึกษาสมบัติที่ยิ่งใหญ่
“เจี้ยนเฉิน จริงหรือไม่ ? เจ้าบ่มเพาะมาน้อยกว่าพันปีจริง ๆ หรือ ?