บชายคนนี้ยังไง ? ”
เจี้ยนเฉินยักไหล่ เขามองไปที่หัวหน้ายามและถอนหายใจออกมา “เจ้าไปได้ แต่ในฐานะหัวหน้ายามแล้ว ข้าหวังว่าเจ้าจะทำหน้าที่ของเจ้าให้ดี อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง”
หัวหน้ายามได้ออกจากที่นั่นหลังจากที่ขอบคุณเจี้ยนเฉิน
“ หัวหน้าตระกูล แม่ทัพซวนได้เชิญท่านไปที่คฤหาสน์ ข้าสงสัยว่าท่านจะตกลงหรือไม่ ? ” เผิงเฟยพูดพร้อมกับป้องมือ
“ข้าเองก็อยากไปหาแม่ทัพซวน เช่นกันแต่มันคงดูสะดุดตาเกินไปหากข้าไปกับทหารของเจ้า เจ้ากลับไปก่อน ข้าจะไปที่นั่นเอง” เจี้ยนเฉินพูดขึ้น
“ขอรับ ! ” เผิงเฟยป้องมือให้กับเจี้ยนเฉิน ก่อนจะออกไปกับหัวหน้องกอง 2 คนของเขา
รั่วรั่วเองก็ไม่ได้อยู่ต่อหลังจากที่เผิงเฟยออกไป นางได้ลาเจี้ยนเฉินอย่างสุภาพทันที
ในพริบตาห้องที่เจี้ยนเฉินอยู่ก็ว่างเปล่าอีกครั้ง มันมีแค่รอยเลือดที่พื้นแสดงถึงสิ่งที่เพิ่งจะเกิดขึ้น
เจี้ยนเฉินมองไปที่เลือดตรงพื้นและถอนหายใจออกมา “ข้าไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องทั้งหมดนี้ขึ้น ดูเหมือนว่าเมืองหลวงไม่ได้ดีแบบที่ข้าเชื่อว่ามันจะเป็น กฎของเมืองหลวงส่งผลต่อผู้บ่มเพาะทั่วไป แต่มันโดนตระกูลใหญ่มองข้าม”
หลังจากที่ถอนหายใจ เจี้ยนเฉินก็กระโดดออกหน้าต่างไป เขากลายเป็นภาพพร่ามัวและพุ่งออกไปทันที เขาเคลื่อนที่ได้ราวกับสายลมโดยที่ผู้บ่มเพาะในถนนด้านล่างไม่อาจจะเห็นเขาได้เลยแม้แต่น้อย
มันมีคฤหาสน์แม่ทัพทั้งหมด 5 ที่ในเมืองหลวง พวกมันตั้งอยู่ทางทิศเหนือ, ใต้