ได้ คุณหนู ช่วยชายคนนี้ด้วยเถอะ ยังไงซะเรื่องทั้งหมดก็เกิดขึ้นเพราะหยางเทีย” ผู้คุ้มกันอีกคนพูดขึ้น นางเหมือนจะอ้อนวอนรั่วรั่ว
รั่วรั่วยังคงเงียบ นางยังคงจับจ้องไปที่โรงเตี้ยม
คนตรงหน้ากองทัพได้ลงจากม้า เขาสวมเกราะสีแดง เขาได้บอกกับคนด้านหลังเขา “หัวหน้ากองลู่ หัวหน้ากองชู มากับข้า, คนที่เหลือประจำตำแหน่ง ! ”
“ ขอรับ ! ” ทหารคนอื่น ๆ ตอบกลับ
เมื่อได้ยินเสียงหัวหน้าของทหารที่คุ้นเคย ตาของหัวหน้ายามก็เบิกกว้างทันที สายตาเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อและคิด “ มะ มะไม่ใช่เสียงของผู้บัญชาการเผิงหรอกหรือ ? เป็นไปได้อย่างไร ? ผู้บัญชาการเผิงมาที่นี่ด้วยตัวเองพร้อมกับหัวหน้ากอง 2 คนหรือ ? ทะ ทำไมผู้บัญชาการถึงได้มากับหัวหน้ากอง 2 คนได้กัน ? ”
แม้ว่าจะตะลึงและสงสัยแต่หัวหน้ายามก็ไม่กล้ารีรอ เขาได้วิ่งขึ้นไปยืนตรงหน้าผู้บัญชาการเผิงที่ใส่เกราะเต็มตัวเหลือแต่ตา หัวหน้ายามยิ้มและโค้งให้กับผู้บัญชาการเผิง ก่อนจะพูดด้วยท่าทีสุภาพ
เขารู้ดีว่าแม้ว่าเขาจะเป็นหัวหน้ายามในเมืองหลวง แต่มันก็ไม่ได้มีค่าอะไรต่อหน้าผู้บัญชาการของกองทัพศักดิ์สิทธิ์
นี่ไม่ต้องพูดถึงผู้บัญชาการคนนี้คือ ผู้บัญชาการเผิง !
แต่ผู้บัญชาการเผิงไม่ได้สนใจหัวหน้ายาม หลังจากที่มองไปที่อีกฝ่ายด้วยความเย็นชา เขาก็ได้เข้าไปในโรงเตี้ยมกับหัวหน้ากองทั้งสองคน
หัวหน้ายามไม่ได้โกรธ เขายิ้มให้กับทหารในกองทัพด้วยความชื่นชมและอิจฉา หลังจากนั้นเข