ตตาข้าเถอะ…” ชายหนุ่มไม่ได้ดีใจเลยแม้แต่น้อย เขากลับร้องขอความเมตตาแทนแต่ร่างกายของเขานั้นไม่อาจจะเคลื่อนไหวได้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่มองดูผู้หญิงที่อยู่บนตัวเขาโดยไม่อาจจะทำอะไรได้เลย
แต่สีหน้าของเขาก็ซีดขาวลงพร้อมกับผิวที่เริ่มเหี่ยว มันเริ่มเป็นสีเหลืองราวกับว่าพลังชีวิตเขาถูกสูบทิ้งไป ในอีกด้านผิวของผู้หญิงคนนั้นกลับดูเปล่งปลั่งขึ้นมาราวกับเพิ่งได้กินอาหารที่มีสารอาหารมากมายเข้าไป
“อึก น่าละอายจริง ๆ…”
“ช่างเป็นคนที่หน้าไม่อาย…”
มันมีผู้หญิงหลายคนที่นั่น ใบหน้าของพวกนางแดงก่ำขึ้นมาเมื่อเห็นฉากตรงหน้าและต่างก็พากันสบถออกมา
“ฮึ่ม พวกเจ้ารนหาที่ตาย ! ” ชายหนุ่มสองคนที่มากับผู้หญิงที่ดูยั่วยวนนั้นโกรธขึ้นมาเมื่อได้ยินคำด่าเหล่านั้น หนึ่งในนั้นได้ตะโกนขึ้นมาอย่างเย็นชาพร้อมกับขวานเล่มใหญ่ที่ปรากฏขึ้นมาในมือก่อนจะเหวี่ยงไปใส่ผู้หญิงที่อยู่รอบ ๆ
ขวานแหวกอากาศไปพร้อมกับส่งพลังเข้าหาผู้หญิงเหล่านั้น
พวกผู้หญิงเหล่านี้ยังไม่ถึงขั้นเทพ ดังนั้นจึงยากจะกันการโจมตีของเทพได้ พวกนางต่างก็หน้าซีดเพราะความกลัว
“ท่านปู่ทวด ! ” ตอนนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา
ตอนนั้นชายแก่ผู้หนึ่งที่นั่งอยู่บนยอดเขาก็ลืมตาขึ้นมา ตอนที่เขาลุกขึ้นยืนนั้น กระบี่ปราณอันคมกริบก็ได้แผ่ออกมาจากตัวเขา เขาเหวี่ยงกระบี่และส่งปราณกระบี่เข้าใส่ขวานนั่น
ตูม !
กลิ่นอายปิศาจที่ส่งออกมาโดยชายวัยกลางคนสลายไปพร้อมกับปราณกระบี่