เจ้าไม่กล้วราชาเทพพิโรธ…”
…
บรรพชนจากตระกูลต่าง ๆ ก็ตะโกนออกมา ใบหน้าของพวกเขามืดหม่น
อย่างไรก็ตามปรมาจารย์เฉินหลงออกไปไกลแล้วและไม่ต้องการคลาดกับเจี้ยนเฉิน
เจี้ยนเฉินลอยอยู่บนท้องฟ้าอย่างหนาวเหน็บห่างจากเมืองไป 1 กิโลเมตร ในขณะที่เขาจ้องมองปรมาจารย์เฉินหลงอย่างเย็นชา
เขาใช้เพียงอสนีบาตเพื่อหลบหนีก่อนหน้านี้ ท้ายที่สุดแล้วความชำนาญของปรมาจารย์เฉินหลงด้านค่ายกลนั้นยอดเยี่ยมจนแม้แต่ขั้นเหนือเทพยังต้องดิ้นรนเพื่อที่จะเอาชนะ เมื่อเขาติดอยู่ในค่ายกล เขาจะตกที่นั่งลำบากอย่างยิ่ง
“เจี้ยนเฉิน ทำไมเจ้าไม่หนีต่อ ? ไปสิ ไปเลย” ปรมาจารย์เฉินหลงยิ้มขณะที่มองเจี้ยนเฉินพร้อมกับธงอาคมในมือที่เจี้ยนเฉินเคยเห็นวันนั้น ในเวลาเดียวกันเขารู้สึกประหลาดใจอย่างลับ ๆ จากความแม่นยำความคาดการณ์ของวิญญาณที่อยู่ในกับดัก มันคาดว่าเจี้ยนเฉินจะต้องปรากฏตัวในเมืองหลัก
“ปรมาจารย์เฉินหลง เจ้าต้องการที่จะได้รับสิ่งที่อยู่ในสุสานของราชาเทพตวนมู่ ? ” เจี้ยนเฉินมองไปที่ปรมาจารย์เฉินหลงที่ยืนอยู่อย่างสง่างาม
ปรมาจารย์เฉินหลงหยุดยิ้มทันทีเมื่อเขาได้ยินอย่างนั้น จิตสังหารที่เย็นชาปรากฏขึ้นในสายตาของเขาและกล่าวว่า “นั่นแค่เรื่องแรกเท่านั้น เจ้าทำลายแผนการของข้า ดังนั้นข้าจะปล่อยเจ้าไปได้อย่างไร ? ”
“เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถสังหารข้าด้วยตัวเองได้จริง ๆ แม้ว่าเขาจะเป็นขั้นเทพช่วงปลาย ? ” เจี้ยนเฉินพูดอย่างเย็นชา
“เจ้าคิดว่าเจ้าจะ