ระกูลอื่น ๆ ” หนานหยุนตงหยุดพูดชั่วคราว จากนั้นก็ยิ้มอย่างลึกซึ้งและพูดต่อว่า “ตระกูลหรือครอบครัวอื่น ๆ ในแคว้นนั้นมีขั้นเทพน้อยมาก แคว้นของเขานั้นอยู่ด้วยได้เพราะสุสานของราชาเทพต้วนมู่ แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ออกมา นอกจากนั้นขั้นเทพตระกูลหนานหยุนของเราได้ตายไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน เราไม่อาจปล่อยให้ใครตายได้อีก”
หนานหยุนตงขอให้ปิงเหลายึดเหมืองกลับมาให้กับแคว้นตงอัน เพราะเขาคิดว่าตระกูลผู้มีอำนาจในเมืองต่างก็สูญเสียอย่างหนักจากการเปิดสุสานของราชาเทพต้วนมู่ พวกเขาหลายคนอาจสูญเสียสิทธิ์ที่จะอยู่ในเมือง ดังนั้นวิธีการยึดเหมืองเหรียญผลึกจะต้องทำให้ได้อย่างแน่นอน ในเวลานั้นตระกูลหนานหยุนของเขายืมมือของปิงเหลาเพื่อต้องการส่วนแบ่งซึ่งมากที่สุดไป
ปิงเหลาพยักหน้าและพูดอย่างง่าย ๆ “เอาล่ะ ข้าจะช่วยเจ้า หนานหยุนตง ข้าคิดว่าเจ้าจะได้เป็นขั้นเหนือเทพในไม่ช้า”
หนานหยุนตงยิ้มแย้มขึ้นทันทีเมื่อเขาได้ยินคำตอบของปิงเหลา ดูเหมือนว่าเขาจะนึกถึงบางสิ่งและเสริมว่า “ใช่แล้ว ขั้นเหนือเทพที่ยึดเหมืองนั้นดูเหมือนจะเข้าใจกฏของกระบี่”
“ขั้นเหนือเทพที่เข้าใจกฎของกระบี่หรือ ? ”
ถ้าจะให้ดีหนานหยุนตงไม่ควรพูดเรื่องนี้ ดวงตาของปิงเหลาหรี่ลงทันทีเมื่อเขาได้ยินคำพูดนี้
ในฐานะที่เป็นขั้นเหนือเทพ ปิงเหลามีข้อมูลมากกว่วขั้นเทพอย่างหนานหยุนตง คนที่เป็นอย่างหนานหยุนตงนั้นจะรู้จักขั้นเหนือเทพเพียงไม่กี่คนในอาณาจักรศักดิ์ส