เฉินเจี้ยนอยู่แค่ขั้นศักดิ์สิทธิ์ช่วงกลาง มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะรอด….”
ผู้อาวุโสต่างก็ร้องออกมาและเผยสีหน้าตะลึง
ซีหยูมองไปยังแสงสีขาวที่แยกเปลวไฟออกจากกัน ตาของนางสั่นไหวพร้อมกับคิด “งั้นความมั่นใจของท่านพ่อก็มาจากเขา ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าเฉินเจี้ยนจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้…”
เปลวไฟดับลงพร้อมกับร่างของเฉินเจี้ยนที่หายไป มันมีแค่ลูกบอลแสงสีขาวที่มีปราณกระบี่แผ่ออกมากดดันลู่เทียน มีร่างหนึ่งที่ยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่าอยู่ในลูกบอลแสงนั้น
สีหน้าของลู่เทียนหม่นลง เขามองไปที่ร่างในบอลแสงและพูดขึ้นมาอย่างเย็นชา “ข้าดูถูกเจ้าเกินไป เฉินเจี้ยน การบ่มเพาะของเจ้านั้นมีจำกัด แต่ความเข้าใจต่อกฎของโลกนั้นสูงกว่าข้าไปแล้ว เจ้ามีสิทธิที่จะสู้กับข้าได้”
ผู้อาวุโสตระกูลโม่ต่างก็พากันตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น พวกเขาต่างก็มองไปที่บอลแสงด้วยสีหน้าอึ้งพร้อมกับใจที่เต้นรัว
เฉินเจี้ยนขึ้นถึงขอบเขตเทพได้ไม่นานแต่ความเข้าใจที่มีต่อกฎของโลกนั้นสูงกว่าลู่เทียนไปแล้ว นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไป
พวกเขาได้ใช้เวลาหลายปีเพื่อขึ้นมาถึงขอบเขตเทพ โดยพื้นฐานแล้วพวกเขาติดอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้นแลกเปลี่ยนในส่วนกฎของโลกก่อนที่จะทำการทะลวงผ่านมาได้ การยกระดับการบ่มเพาะในแต่ละขอบเขตนั้นต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจหลายปี บางคนถึงกับไม่อาจจะทะลวงผ่านได้แม้ว่าจะบ่มเพาะไปตอลดชีวิตก็ตาม พวกเขาจึงเข้าใจได้ว่ามันยากแค่ไหนกับการ