ถึงขั้นที่จ่ายเงินสามสิบอีแปะไม่ได้?”
เถาซื่อไม่ยอมแพ้ ตีขาตัวเองร้องไห้โวยวาย “ข้าช่างอาภัพนัก ลูกชายแท้ๆ ถูกยุยงให้แยกบ้านออกไป ไม่สนใจไยดีพ่อแม่ ลูกชายอีกคนก็ถูกใส่ร้ายจนต้องติดคุก ถูกตัดสินให้เนรเทศ”
“ลูกสะใภ้ก็หนีไปแล้ว งานบ้านก็ไม่มีใครทำ หมูในคอกก็กำลังจะอดตาย งานในนาก็ไม่มีใครทำ อีกไม่นานคงเต็มไปด้วยหญ้ารก… ตาแก่ไม่ตายนี่ มีชีวิตอยู่ไปทำไม มีลูกชายตั้งหลายคนเสียเปล่า สุดท้ายก็ต้องอยู่อย่างไร้คนดูแล…”
หมอโจวรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เขาก็แค่มาตรวจอาการบาดเจ็บ ไฉนพอจะต้องจ่ายเงินถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้
อวิ๋นโส่วจงไม่พูดมากความ เขารีบหยิบเงินสองตำลึงออกมาจากอกเสื้อ
“แค่สองตำลึง เงินที่เหลือคงไม่พอให้พ่อเจ้าบำรุงร่างกายหรอก” พอเห็นอวิ๋นโส่วจงควักเงินออกมา ดวงตาของเถาซื่อก็เป็นประกาย แต่ปากยังคงพูดจาดูถูกดูแคลน
นางกำลังจะเอื้อมมือไปรับ แต่อวิ๋นโส่วจงกลับยื่นเงินให้หมอโจวโดยตรง
เถาซื่อโกรธจัด “เจ้ารอง นี่เจ้าทำอะไร? ไม่คิดจะให้เงินพ่อเจ้าแม้แต่อีแปะเดียว เจ้ามันลูกอกตัญญู!”
อวิ๋นเจียวทนเห็นบิดาถูกกลั่นแกล้งไม่ได้ อย่างไรเสียนางก็ยังอายุน้อย ไม่ว่าจะพูดอะไรออกไปก็สามารถอ้างได้ว่ายังเด็ก “ท่านพ่อ ท่านจ่ายค่ายาให้ ท่านย่าก็ว่าท่านอกตัญญู เช่นนั้นพวก