มันหลายครั้ง แต่พวกเขาล้มเหลวในการที่จะรับรู้สิ่งใดๆ ในท้ายที่สุด หลังจากผ่านไปสองสามรอบก็กลับไปอยู่ในมือของเจี้ยนเฉิน ตอนนี้เจี้ยนเฉินส่งมอบขนสัตว์อสูรให้แก่เทียนเจี้ยนอย่างเคร่งขรึม โมเทียนหยุนได้ทิ้งเส้นทางแห่งการสังหารไว้และโม เทียนหยุนได้ก่อตั้งเมืองทหารรับจ้างขึ้นมา ในฐานะผู้อาวุโสสูงสุดของเมืองทหารรับจ้าง มันเป็นเพียงสิทธิของเทียนเจี้ยนที่จะสืบทอดขนสัตว์อสูรไม่ว่าเขาจะสามารถเข้าใจเส้นทางแห่งการสังหารอย่างแท้จริงได้หรือไม่
เจี้ยนเฉินเคยคิดว่าจะมอบขนสัตว์อสูรให้แก่ซ่างกวนเอ๋อเจี้ยน แต่เขาก็มีร่างบรรพกาล เขามีเส้นทางของตัวเอง ดังนั้นการให้ขนสัตว์อสูรแก่เทียนเจี้ยนน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
หลังจากอำลาเทียนเจี้ยนแล้ว เจี้ยนเฉินก็ไปเยี่ยมโถงศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของโมเทียนหยุน เขานำไคยะออกมาซึ่งนางยังคงหมดสติอยู่ในโลงคริสตัลพร้อมกับสัตว์อสูรกลืนสวรรค์เจ็ดสีที่คอยดูแลนางอย่างเงียบ ๆ อยู่เสมอ
เจี้ยนเฉินในปัจจุบันยังอับจนกับสถานการณ์ของไคยะเป็นผลให้เขาวางแผนที่จะพานางไปยังโลกแห่งเซียนกับเขา เขาหวังที่จะหาวิธีที่จะปลุกนางที่นั่น
หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินไปที่โลกแห่งเซียนที่ถูกทอดทิ้งอีกครั้ง เขาพบพี่น้องสี่คนที่กำลังบ่มเพาะที่นั่นและถามพวกเขาว่าพวกเขาต้องการไปที่โลกแห่งเซียนกับเขาหรือไม่
“เจี้ยนเฉิน เรายังไม่ต้องการไปยังโลกแห่งเซียนเลย เราต้องการบ่มเพาะบางอย่างในโลกแห่งเซียนและจะจากไปเมื่อเร