ดตัวลงมาเยี่ยมนางในช่วงต้นปีของทุก ๆ ปีพร้อมกับของขวัญ
มันเป็นการติดต่อกันระหว่างตระกูลเจียงหยาง โรงเตี้ยมแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ไม่อาจยั่วยุได้ในเมืองลอร์ แม้แต่ทายาทของเหล่าตระกูลโบราณหรือตระกูลสันโดษก็ต้องละทิ้งความยโสของพวกเขาและอยู่ที่นี่อย่างเชื่อฟังโดยไม่ก่อปัญหา เมื่อใดก็ตามที่มีคนก่อนปัญหาในโรงเตี้ยมหรือมีการต่อสู้เริ่มขึ้น ทหารของตระกูลเจียงหยางจะไล่พวกเขาออกไป เมื่อเวลาผ่านไปหลายคนก็เข้าใจว่าการล่วงเกินโรงเตี้ยมแห่งนี้ก็เท่ากับการล่วงเกินตระกูลเจียงหยางโดยตรง
เมืองลอร์พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีโรงเตี้ยมหรูหราหลายแห่งปรากฏขึ้น นี่ไม่ใช่โรงเตี้ยมที่หรูหราที่สุดหรือใหญ่ที่สุดในเมืองลอร์ แต่เป็นโรงเตี้ยมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเมืองเพราะตัวแทนขององค์กรต่าง ๆ ที่มาเยี่ยมตระกูลเจียงหยางจะเลือกพักที่โรงเตี้ยมแห่งนี้
ในวันนี้โรงเตี้ยมได้ต้อนรับชายหนึ่มคนหนึ่งซึ่งสะพายกระบี่สองเล่มไว้ที่หลัง ทันทีที่ชายหนุ่มเข้ามา เสี่ยวเอ้อคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาและขออภัย นายท่าน ข้าขอทราบได้หรือไม่ว่าท่านมากินข้าวหรือเปล่า ? หากท่านต้องการที่จะพักแรม ทางเราขอโทษด้วยเนื่องจากห้องของเราทุกห้อง… ทันใดนั้นเสียงของบริกรก็หยุดลง ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อมองไปที่เจี้ยนเฉิน ความไม่อยากเชื่อปรากฏเต็มใบหน้าของเขา
ทะ ทะ ทะ ท่านราชันเจี้ยนเฉิน… เสี่ยวเอ้อตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ในขณะนั้นเขาก็สงสัยว่าเขาตาฝาด