ยามจ้องมองร่างของบิดาที่ลับสายตาไป แววตาของฉู่อี้ยิ่งทวีความเย็นชา
ผ่านไปเนิ่นนาน เขาก็หยิบตุ๊กตาที่ชำรุดขึ้นมาตัวหนึ่ง ใช้ผ้าเช็ดหน้าค่อยๆ เช็ดคราบโคลนออกอย่างเบามือ “เตียวซวี่อันลงมือเร็วไป หรือว่าชุยหมิงเสวียลงมือช้าไป?”
จางหลิงได้ยินดังนั้นก็รู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาจับใจ แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปาก ท่านโหวในยามนี้ ดูภายนอกเหมือนสงบนิ่ง แต่มีเพียงคนสนิทอย่างพวกเขาเท่านั้นที่รู้ว่า ท่านโหวในยามนี้น่ากลัวที่สุด ท่านโหวพิโรธอย่างแท้จริงแล้ว
“เตียวซวี่อันช่างกล้าหาญนัก เรื่องใส่ร้ายป้ายสีชาวบ้านก็กล้าทำ แจ้งข่าวให้หลิวจ้าน ให้เขาไปบอกชุยหมิงเสวีย ภายในวันนี้ถ้าเขาไม่ลงมือ ก็ไม่ต้องลงมือแล้ว!”
จางหลิงรับคำ “ขอรับ! ท่านโหว!”
เขาเดินออกจากห้องหนังสือ รีบเขียนจดหมายลับหลายฉบับ ก่อนจะผูกไว้ที่ขาของนกพิราบสื่อสารแล้วปล่อยออกไป
สามชั่วยามหลังจากที่จางหลิงปล่อยนกพิราบ ผู้ว่าการมณฑลชุยหมิงเสวียก็พาคนมาถึงอำเภอจิ่วจิ้นด้วยตนเอง สั่งให้คนประกาศความผิดห้าสิบข้อหาของเตียวซวี่อันกลางท้องถนน เขาให้คนจับกุมเตียวซวี่อันขณะที่กำลังสอบสวนอวิ๋นโส่วจู่อยู่ในโถงยุติธรรม ปลดชุดขุนนางเปลี่ยนเป็นชุดนักโทษ
ทำให้ชาวบ้านในอำเภอจิ่วจิ้นที่มามุงดูต่างตื่นตะลึง เมื่อครู่เตียวซวี่อันยังเป็นนายอำเภอผู้สูงส่ง เพียงครู่เดียวก็กลายเป็นนัก