ือกเมื่อเผชิญหน้ากับเจี้ยนเฉิน ดังนั้นพวกเขาจึงใช้มันในช่วงสุดท้าย
เฉียงซ่งและโอวหยางหยิงเว่ยใช้ทักษะลับสามแบบออกมาพร้อมกัน แต่การโจมตีนั้นไร้ค่าต่อเจี้ยนเฉิน เนื่องจากทั้งสองเป็นแค่ขั้นแลกเปลี่ยนช่วงต้น
เจี้ยนเฉินฉีกกระชากทักษะพวกนั้นราวกับมีดร้อนตัดเนย ปราณกระบี่ในมือเขาเปล่งแสงสีขาวออกมาแล้วแทงมันเข้าที่หน้าผากของโอวหยางหยิงเว่ยโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
“เจี้ยนเฉิน ! ” ตอนนั้นเองก็มีเสียงหนักหน่วงดังก้องไปทั่ว มันได้ดังขึ้นไปถึงท้องฟ้าราวกับเสียงฟ้าร้อง หลังจากเสียงนั้นก็มีปราณกระบี่ที่น่ากลัวแผ่ออกมาโดยรอบ บนเส้นขอบฟ้ามีกระบี่เหล็กสีดำพุ่งเข้าหาภูเขาโลกด้วยความเร็วแสงฉีกกระชากมิติที่มันเดินทางผ่าน มันมีความเร็วที่น่าเหลือเชื่อขึ้นมาถึงด้านบนยอดภูเขาโลกแทบจะทันที มันพุ่งเข้าใส่เจี้ยนเฉินด้วยพลังอันน่ากลัว
ไม่ว่ากระบี่จะผ่านที่ไหน มิติด้านหลังจะถล่มลงกลายเป็นสีดำสนิท มันได้ทิ้งความมืดมิดไว้ด้านหลังมัน มันดูราวกับเส้นสีดำที่ตัดผ่านท้องฟ้า
” จิตวิญญาณราชันย์ ! ” เจี้ยนเฉินได้ข้อสรุปและเริ่มเครียดขึ้นมาทันที ด้วยการมาถึงของจิตวิญญาณราชันย์ การแทงของเจี้ยนเฉินที่แทงเข้าใส่โอวหยางหยิงเว่ยจึงหยุดลง แต่ไม่นานมันมันก็พุ่งไปต่อ เขาได้ตัดสินใจแล้วว่าจะฆ่าโอวหยางหยิงเว่ย
แต่โอวหยางหยิงเว่ยจัดการใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อหลบการโจมตีไปได้เพราะเจี้ยนเฉินหยุดไปชั่วขณะ แต่แขนของเขาโดนปราณกระบี่ของเจี้