างหยิงเว่ยด่าเฉียงซ่งโดยไม่มีท่าทีเคารพเลยแม้แต่น้อย
เฉียงซ่งมองไปที่อกของโอวหยางหยิงเว่ยอย่างเย็นชาและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้ม “ยามก่อตั้งค่ายกลได้ พวกเขาอาจจะไม่ได้เป็นภัยต่อเจี้ยนเฉินแต่ก็ดีกว่าไม่มี พวกเขาอาจจะหยุดเขาได้ชั่วคราวระหว่างช่วงเวลาสำคัญไม่ใช่รึไง ? เจ้ายังต้องการจะโดนเจี้ยนเฉินจัดการอีกรึ ? ”
สายตาของโอวหยางหยิงเว่ยเย็นชาขึ้นมา เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาบาดเจ็บเพราะฝีมือเจี้ยนเฉิน หากไม่ใช่เพราะยาที่ล้ำค่าของเขา แผลของเขาคงหนักหนากว่านี้
โอวหยางหยิงเว่ยสร้างผนึกด้วยมือและมีแสงส่องประกายออกมา จากนั้นเขาก็พูดขึ้น “ข้าได้ติดต่อจิตวิญญาณราชันย์แล้ว แต่จิตวิญญาณราชันย์เก็บตัวอยู่ในส่วนลึกชั้นสาม เขาตัดขาดจากโลก เราไม่อาจจะเข้าไปชั้นสามได้ ดังนั้นข้าจึงไม่รู้ว่าจิตวิญญาณราชันย์ได้รับข้อความหรือไม่”
เจี้ยนเฉินและซ่างกวนมู่เอ๋อได้เดินทางเข้ามาในอุโมงค์แล้ว พวกเขาได้มาถึงทางเข้าไปยังอีกโลกแต่ก็เจอกับชั้นค่ายกล พวกเขาไม่อาจจะเห็นได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในต่างโลก
“ระวังไว้ พวกนั้นอาจจะซุ่มโจมตีเรา” ซ่างกวนมู่เอ๋อพูดขึ้นมา นางระวังอย่างมาก
เจี้ยนเฉินพยักหน้าเล็กน้อยและพูดขึ้น “ตอนนี้มีแค่จิตวิญญาณราชันย์ที่ทำให้ข้ากังวลได้ในอีกโลก มันยากมากที่ โอวหยางหยิงเว่ยและคนอื่น ๆ จะเป็นภัยต่อข้า มู่เอ๋อ ตามหลังข้ามา” เมื่อพูดจบเจี้ยนเฉินก็ยื่นนิ้วออกไปยิงเอาปราณกระบี่เข้าใส่ค่ายกล
ค่ายกลนี้ไม่ได้แ